รีวิวการสร้างบ้านใหม่ ตั้งแต่ต้นจนจบ

วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559

แนะนำพันธุ์ไม้ยอดนิยมที่น่าปลูก (ตอนที่ 1)


สำหรับคนที่กำลังคิดจะจัดสวนเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้บ้าน ไม่ว่าจะปลูกเพื่อเอาดอกสวย หรือปลูกเพื่อให้ได้ร่มเงา อาจจะลังเลกับพันธุ์ไม้นานาชนิด ว่าพันธุ์ไหนน้อ.....จะเหมาะที่จะปลูกในสวนบ้านเรา เพราะเวลาไปร้านขายต้นไม้ที ก็มีพันธุ์ไม้นู่นนี่นั่นโน่น ที่เราแทบไม่รู้จักทั้งนั้น เผลอ ๆ ตั้งใจไปซื้อพันธุ์นึง พอกลับมาถึงบ้าน อ้าว...ทำไมใจอ่อนซื้ออีกพันธุ์นึงมาซะได้ล่ะ (แอดมินเป็นบ่อย 555+) เอาเป็นว่าวันนี้ เราจะมาดูกันค่ะ ว่ามีพันธุ์ไม้ที่น่าสนใจซื้อหามาปลูกกันพันธุ์ไหนบ้าง และแต่ละพันธุ์มีจุดเด่นอย่างไร เรามาดูกันทีละชนิดกันเลยนะคะ

มาเริ่มกันที่ ไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลางกันก่อนค่ะ

ต้นไม้ที่น่าซื้อหามาปลูกอันดับแรก คือ ต้นจันทร์ผา จันทร์ผาเป็นไม้ที่โตช้า เลี้ยงง่ายค่ะ ต้นไม้ชนิดนี้ได้รับความนิยมค่อนข้างมากเนื่องจากมีลำต้นและทรงพุ่มที่สวย เป็นไม้ไม่ผลัดใบ เมื่อโตเต็มที่จันทร์ผาจะโตได้ถึง 17 เมตร ชอบดินปนทรายหรือหินที่มีการระบายน้ำได้ดี ความชื้นปานกลาง ปลูกได้ทั้งในพื้นที่ที่มีแสงแดดรำไรหรือแดดเต็มวัน

จันทร์ผา
สอง ลีลาวดี เมื่อก่อนเราจะรู้จักต้นลีลาวดีในนามลั่นทมน่ะนะคะ ต้นลีลาวดีนั้นเป็นไม้โตช้าอีกชนิดหนึ่งค่ะ จุดเด่นของต้นลีลาวดีอยู่ที่ฟอร์มสวย โตช้าและเลี้ยงง่าย ให้ดอกสวย มีทั้งดอกสีเหลือง สีแดง สีชมพูให้เลือกปลูกตามใจชอบ

ลีลาวดี
สาม ต้นหนวดปลาหมึก ต้นนี้จัดเป็นไม้โตเร็วค่ะ ความสูงเต็มที่ไม่เกิน 2-3 เมตร ใบสวยสีเขียวเป็นมัน มีทั้งชนิดที่ใบเล็กและใบใหญ่ นิยมปลูกเป็นแนวสวนของบ้าน เลี้ยงง่าย ชอบน้ำ ชอบความชื้น ชอบแดดกึ่งร่ม สามารถปลูกได้ทั้งในกระถางและลงดิน แต่หากลงดินอยู่กลางแจ้งก็จะให้ดอกได้ด้วยนะคะ ป,ล แอดมินไปอ่านเจอมาว่า เจ้าต้นหนวดปลาหมึกนี้ไม่ควรปลูกในบ้านที่เลี้ยงสุนัข เพราะหากสุนัขเผลอไปงับเล่นหรือกิน อาจเกิดพิษต่อสุนัขได้ อาการที่เกิดจากพิษของหนวดปลาหมึกในสุนัขคือ จะเกิดอาการปากไหม้อย่างรุนแรง อาเจียน และกลืนยากค่ะ ดังนั้นบ้านไหนที่เลี้ยงน้องหมา ข้ามไอ้เจ้าต้นนี้ไปเลยค่ะ

หนวดปลาหมึก
สี่ ต้นราชพฤกษ์ หรือต้นคูน หลายๆ คนแย้งว่า ต้นราชพฤกษ์นี้เป็นไม้ใหญ่ จะเหมาะสำหรับปลูกในสวนหรือ จริงอยู่ที่ต้นราชพฤกษ์เป็นไม้ใหญ่ค่ะ แต่ก็เป็นไม้ที่โตช้ามาก พุ่มก็ไม่กว้าง จึงสามารถปลูกได้ในบ้านที่พอมีบริเวณหน่อย เนื่องจากเป็นไม้ที่ให้สีสันที่สวยงาม

ราชพฤกษ์
ห้า ต้นแสงจันทร์ แสงจันทร์เป็นไม้ใหญ่เช่นกันนะคะ ต้นสูงเต็มที่อยู่ราวๆ 5-10 เมตร ลักษณะเด่นก็คือ มีใบที่ใหญ่ สีอ่อน เป็นไม้โชว์ใบ ที่ปลูกง่ายเลี้ยงง่าย ชอบแสงแดดรำไร หากปลูกกลางแดดก็ปลูกได้ แต่ใบจะซีดเหลืองไม่สวย ต้นแสงจันทร์ชอบดินร่วนซุยค่ะ รดน้ำเพียงสัปดาห์ละครั้งก็พอ นอกจากฤดูร้อนแดดจัดที่อาจจะเพิ่มปริมาณน้ำให้มากหน่อย

แสงจันทร์
หก ต้นปรง ปรงนี่มีหลายชนิดนะคะ มีทั้ง ปรงเม็กซิกัน ปรงญี่ปุ่น นิยมปลูกเดี่ยวๆ ให้เด่นๆ เลย เป็นไม้เลี้ยงง่ายโตช้าค่ะ

ปรง
ในตอนหน้ามาดูกันต่อนะคะ ว่ามีไม้ยืนต้นชนิดไหนบ้างที่น่าหามาปลูก ไว้พบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ


ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต



วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2559

คำแนะนำในการปลูกต้นไม้ในพื้นที่แคบ


บอกตามตรงว่าว่าง 5555+ คือช่วงนี้ฝนตกทุกวันค่ะ เมื่อวานไปแอ่วหน้างานมา ช่างก็บ่นอุบว่าฝนตกทำให้งานล่าช้า เอิ่มมม..จริงๆ มันช้ามาตั้งนานแล้วเพ่ ไม่ใช่เพิ่งจะมาช้าอิ่ตอนฝนตกหรอก แต่ก็ขี้เกียจขัดคอช่าง เดี๋ยวจะโดนวางยา เอาก้อนหิน ดิน ทราย แถมลงไปในท่อสลิปน้ำทิ้งซะก่อน


อ่ะ...ไหน ๆ ก็ว่างละ มาคุยกันแก้เซ็งดีกว่าเนอะ ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝนค่ะ มองไปทางไหนก็ชุ่มฉ่ำหัวใจเหลือเกิน ต้นไม้ใบหญ้าแข่งกันผลิดอกออกใบ ว่ากันว่าถึงแม้มนุษย์จะเป็นตัวการที่ทำลายธรรมชาติตัวใหญ่เบ้งสุด แต่ลึกๆ แล้วมนุษย์ก็โหยหาธรรมชาติอยู่เช่นกัน บ๊ะ....ย้อนแย้งซะไม่มีดีนะเจ้ามนุษย์ !!

วันนี้จะมาคุยกันเรื่อง การปลูกต้นไม้ในพื้นที่เล็กๆ หรือพื้นที่แคบๆ ค่ะ สมัยนี้ถ้าที่ดินที่เราจะปลูกบ้านนั้นอยู่ใจกลางตัวเมือง หรือริมชานเมือง ราคาที่ดินก็มักจะสูงเอาการอยู่ จะมีพื้นที่ห้าร้อยเอเคอร์ไว้เลี้ยงวัว ในบริเวณบ้านก็คงไม่ได้ แต่ทำไงล่ะ ก็มีที่ดินอยู่แค่เนี้ยะ..แต่ชั้นก็รักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนะยะ แอดมินจดคำแนะนำดีๆ ที่อ่านเจอมาฝากกัน ว่าจะทำยังไงถ้าอยากเติมสีเขียวของต้นไม้ใบไม้ในสวนเล็ก ๆ ในบ้านของเราน่ะนะคะ

อันดับแรก เราต้องยอมรับว่า เพราะเรามีพื้นที่น้อย ดังนั้น เราจะเลือกพันธุ์ไม้หลายๆ พันธุ์มาปลูกอัดอยู่ในพื้นที่เท่ากระแบะมือของเราก็คงไม่ได้ วิธีก็คือ ให้เลือกพันธุ์ไม้ที่มีทรงเป็นต้นหรือเลือกพันธุ์ไม้ที่มีใบสวยๆ สีสันสวยๆ มาลง เพื่อสร้างจุดเด่นและสร้างสีสันให้กับสวนของเราไว้ก่อน

สอง พื้นที่แคบๆ นั้นยังไงก็ไม่ควรปลูกต้นไม้ที่เป็นไม้ใหญ่ค่ะ แต่ให้เลือกพันธุ์ไม้ที่เป็นไม้พุ่ม ทรงไม่แผ่กว้างมาปลูกแทน เช่น หลิว,คอร์เดีย,ปาล์มฟอกซ์เทล,สนมังกร,หมากแดง,ปาล์มไผ่ เป็นต้น

หมากแดง
สาม เลือกพันธุ์ไม้ที่โตช้ามาปลูก รูปทรงต้องไม่เกะกะทางเดิน เพื่อไม่ให้พื้นที่ดูรกมาก เช่น ปาล์มยะวา ลำต้นจะตรง ไม่เกะกะ พุ่มจะแผ่ออกด้านบน

ปาล์มยะวา
สี่ อย่าปลูกต้นไม้ที่มีลำต้นเป็นหนาม,ใบคม หรือมียางไม้ เนื่องจากพื้นที่แคบอยู่แล้ว หากเผลอไปโดนเข้าก็จะระคายเคืองได้

ห้า อย่าเลือกพันธุ์ไม้ที่มีใบใหญ่ เพราะจะแลดูอึดอัด ควรเลือกไม้ที่มีใบเล็ก ผิวสัมผัสละเอียด เช่น หลิวไต้หวัน,เล็บครุฑใบผักชี หญ้าหนวดแมว เฟินเงินแล้วค่อยเสริมด้วยไม้ที่มีขนาดกลางดีกว่า

หลิวไต้หวัน
หก หากอยากปลูกไม้ใหญ่ ก็ให้ปลูกในกระถางแทนเพื่อจำกัดความสูง จากนั้นก็หมั่นเล็มกิ่ง,ก้าน,ใบเพื่อจำกัดการเจริญเติบโต

เจ็ด จะปลูกต้นไม้ในที่แคบ ดูปริมาณแสงด้วยเน้อ ดูว่าพื้นที่ที่จะปลูกมีแสงส่องถึงรึเปล่า ถ้าปลูกไว้ข้างบ้าน ส่วนใหญ่จะไม่โดนแดดค่ะ ให้เลือกพันธุ์ไม้ที่ชอบแสงรำไร หรือปลูกในที่ร่มได้ เช่น เสน่ห์จันทร์แดง ซึ่งเป็นไม้ที่มีใบเขียวเข้มเป็นมัน ก้านใบสีแดง มีทรงพุ่มสวยงาม เป็นต้น

เสน่ห์จันทร์แดง
แปด จัดวางพันธู์ไม้ให้มีสีเข้มสีอ่อนสลับๆ กันไป อาจปลูกไม้สีอ่อนเป็นฉากหลังแล้วปลูกสีเข้มไว้ด้านหน้า ก็จะช่วยหลอกตาให้สวนแลดูกว้างขึ้น

เอาเป็นว่าถ้าบ้านไหนมีพื้นที่แคบๆ แต่อยากปลูกต้นไม้ใบหญ้าหรือไม้ดอกสวยๆ ไว้เชยชม ก็คงต้องวางแผนคิดหาพันธุ์ไม้ที่เหมาะสมกับพื้นที่ก่อน ว่าพันธุ์ไม้ที่เราจะเลือกมาปลูกนั้นเหมาะสมกับพื้นที่เล็ก ๆ ของเราหรือไม่ แล้วกลับมาพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ



วันศุกร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2559

การกลับมาของ "บล็อกช่องลม"


เชื่อว่าหลายๆ คนคงรู้จักหรือคงพอได้เห็น อิฐบล็อก ที่ถูกนำมาใช้เป็นวัสดุทำกำแพง กั้นผนังหรือต่อเติมส่วนต่างๆ ของอาคารกันมาบ้างน่ะนะคะ

อิฐบล็อก นั้นคืออิฐประเภทหนึ่งนั่นเองค่ะ โดยอิฐชนิดนี้จะผลิตขึ้นจากส่วนผสมของ ปูนซีเมนต์ หินเกล็ด ทราย และน้ำ ให้ได้สัดส่วน จากนั้นจึงเทลงในบล็อกแบบต่างๆ แล้วกดอัดด้วยเครื่องอัดกำลังสูง เมื่อผลิตออกมาแล้ว ก็จะได้อิฐบล็อกที่มีหน้าตาลวดลายแตกต่างกันไป ซึ่งนิยมนำมาใช้กันมากในงานก่อสร้าง เนื่องจากมีราคาต่อตารางเมตรที่ถูกกว่าอิฐแดง ก่อได้รวดเร็ว แต่ก็จะมีความแข็งแรงน้อยกว่าอิฐชนิดอื่นๆ

บล็อกช่องลม ก็คือ หนึ่งในรูปแบบของบล็อกที่ผลิตด้วยกรรมวิธีข้างต้นค่ะ บล็อกช่องลมนั้นก็คืออิฐบล็อกที่ยอมให้ลมพัดผ่าน คือถูกผลิตให้มีลวดลายและขนาดต่างๆ โดยหวังผลหลักๆ 3 ประการ ได้แก่ การกั้นพื้นที่,การยอมให้แสงและลมพัดผ่าน และความสวยงาม ซึ่งลวดลายของอิฐบล็อกช่องลม จะสามารถกำหนดผลทั้ง 3 ประการนั้นได้ เช่น อาจจะเลือกลายที่โปร่งน้อยหน่อย เพื่อความเป็นส่วนตัว หรืออาจะเลือกลวดลายที่โปร่งมากหน่อย เพื่อระบายอากาศ เป็นต้น


อันที่จริงจะว่าไปแล้ว อิชั้นค่อนข้างมีอคติกับบล็อกช่องลมอยู่บ้างค่ะ เนื่องจากบ้านตึกแถวที่อยู่ตอนนี้ ใช้บล็อกช่องลมในการระบายอากาศในห้องน้ำ ดังนั้น อิชั้นจึงติดภาพว่า "อิ่บล็อกช่องลมนี่มันใช้สำหรับห้องส้วม" พอสถาปนิกเขียนแบบบ้านโดยการหยิบบล็อกช่องลมมาใช้ตามระเบียง outdoor หน้าบ้าน,หลังบ้าน ก็เลยค่อนข้างขัดใจอยู่ไม่น้อย

จนกระทั่งเริ่มมาค้นดูข้อดีข้อเสียของอิฐบล็อกช่องลม และได้เห็นรูปแบบของอาคารสมัยใหม่ ที่มีการนำเอาอิฐบล็อกช่องลมมาประยุกต์ใช้ในแบบต่างๆ โดยคงคุณสมบัติดีๆ ของบล็อกช่องลมเอาไว้ ในเรื่องของการระบายอากาศและการรับแสง ทำให้อคติที่มีมา ลดน้อยถอยลงไปบ้าง

อิฐบล็อกช่องลมจึงกลับมาลอยหน้าลอยตาอยู่ในแบบบ้านของอิชั้นถึงสามจุดด้วยกัน นั่นก็คือ ระเบียงห้องนอนใหญ่ชั้นบน,ระเบียงห้อง family room ชั้นบน และ ระเบียงซัก,ล้างหลังบ้านชั้นบน

บล็อกช่องลมที่เลือกใช้เป็นบล็อกช่องลมสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาด 19*19*9 ซม.ค่ะ (ไม่ได้ให้หวยนะคะ ไม่ต้องจด 5555) หน้าตาก็เป็นบล็อกสี่เหลี่ยมธรรมดาๆ ที่มีรูกลวงตรงกลาง ซึ่งไอ้รูปแบบธรรมดาๆ นี่แหละ ที่ละแวกบ้านอิชั้นหาไม่ได้เลย คือมันคงจะธรรมดาไปอ่ะนะ โรงงานเค้าเลยเลิกผลิต (ทิงนองนอยไปสิ !)


พอช่างมาเปรยๆ ว่าหาซื้อไม่ได้ อิ่นี่ก็ไม่ลังเลค่ะ ช่วยช่างหาอีกแรงนึง หลังจากไปโพสขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ ในเฟสบุ้ค ที่สุดก็ได้ข่าวจากเพื่อนสมัยมัธยมคนนึงว่า มีเพื่อนของเพื่อนทำโรงงานอิฐบล็อกอยู่แถวๆ สุโขทัยนะ ถ้าไม่รีบ..เพื่อนบอกสามารถสั่งโรงงานของเพื่อนของเพื่อนให้ผลิตได้ (อู้ยยย...ขอบคุณมากนะเพื่อนและเพื่อนของเพื่อน ??)

สรุปก็คือ งานนี้เป็นงาน "พรีออเดอร์" ค่ะ 5555+ เดี๋ยววันนี้จะลองคุยกับเพื่อนของเพื่อนดู ว่าถ้าสั่งผลิตจะได้ตอนไหน และราคาต่อก้อนจะอยู่ที่เท่าไหร่ ไว้ยังไงจะมาคุยให้ฟังรอบหน้านะคะ



ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต









วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2559

กระเบื้องมุงหลังคายอดนิยมปัจจุบันมีกี่แบบ


ระหว่างรอ "กระเบื้องมุงหลังคา" รุ่นที่สั่งไปมาส่ง วันนี้แอดมินจะมาคุยกันเรื่อง ชนิดของกระเบื้องมุงหลังคายอดนิยมในปัจจุบันกันหน่อยนะคะ ว่ามีกี่แบบ และแต่ละแบบแตกต่างกันยังไง เผื่อเพื่อนๆ ที่กำลังสร้างบ้านจะได้แวะมาแจมไอ้สิ่งที่เรารู้กันบ้าง...คือ พวกเรานี่เป็นแบบ รู้เพราะสืบค้นเนาะ ไม่ได้รู้เพราะทำเป็นอาชีพหรือเรียนมา ก็คุยกันได้แบบงู ๆ ปลาๆ นี่แหละ (แลดูเหมือนพวกขาไพ่นั่งคุยกันนะ 555)

กระเบื้องมุงหลังคายอดนิยมในปัจจุบันนี้ แบ่งเป็นชนิดใหญ่ๆ ได้ 4 ชนิดค่ะ ได้แก่

1. กระเบื้องดินเผา กระเบื้องดินเผานี่ถือเป็นกระเบื้องแนวโบราณฮ่ะ ใช้กันมานานมากแล้ว ปัจจุบันก็ยังคงพบเห็นการใช้งานอยู่บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบ้านและอาคารที่ต้องการโชว์วัสดุที่ใช้มุง เช่น บ้านทรงไทย,โบสถ์,วิหารต่างๆ หลังคาที่มุงด้วยกระเบื้องดินเผานี้ต้องใช้องศาในการลาดเอียงมาก ๆ นะคะ ไม่งั้นก็จะมีโอกาสรั่วได้มาก



2. กระเบื้องคอนกรีต หรือ กระเบื้องซีเมนต์ กระเบื้องชนิดนี้แข็งแรงและสวยงามดีฮ่ะ แต่ราคาก็นะ..ค่อนข้างแพงหน่อย แถมน้ำหนักก็มาก ก็เลยต้องมีโครงหลังคาที่แข็งแรงขึ้นอีก เพื่อรับน้ำหนักตัวกระเบื้อง ข้อเสียของกระเบื้องชนิดนี้คือ ผิวสัมผัสที่ค่อนข้างขรุขระ ก็เลยเก็บฝุ่นง่าย แถมซีดได้ด้วยนะ นานๆ ไปสีก็เพี้ยน(เพี้ยนแบบนี้ไม่ต้องส่งโรงพยาบาลนะฮะ แค่ทาสีใหม่ก็โอ.ละ)



3. กระเบื้องเซรามิก กระเบื้องประเภทนี้จะแลดูสวยงาม หรูหราอลังการกว่ากระเบื้องชนิดอื่นฮ่ะ เนื่องจากผิวของกระเบื้องนั้นจะมีความมันวาว สามารถเลือกผิวได้สองแบบคือ มันวาวชนิดลื่นหัวแตก กับกึ่งมันวาว มีทั้งแบบลอนเว้า,ลอนมาตรฐาน,แบบแผ่นเรียบ ด้วยผิวสัมผัสด้านบนที่มีความมัน จึงทำให้ฝุ่นไม่เกาะมากนัก หรือถ้าเกาะ ถ้าโดนฝนชะลงมาก็ล้างฝุ่นออกได้ง่าย จึงแลดูเหมือนใหม่อยู่เสมอ ถามว่าแพงมั้ย.....จะเหลืออะไรล่ะ !!


4. กระเบื้องไฟเบอร์ซีเมนต์ หรือ กระเบื้องลอนคู่ กระเบื้องชนิดนี้ไม่แพงค่ะ เมื่อก่อนจะมีการผสมใยหินแต่เดี๋ยวนี้เค้าไม่ผสมละ แถมแข็งแรงทนทานกว่ากระเบื้องไฟเบอร์ซีเมนต์สมัยก่อนอีก สีสันก็เยอะแยะมากมาย สวยงามคุ้มค่ากับเงินในกระเป๋า


 ส่วนบ้านของแอดมิน เลือกข้อ 2 ค่ะ คือใช้เป็น กระเบื้องคอนกรีต ของ scg (กระเบื้องแผ่นเรียบ แพรสทีจ ตราช้าง) สี มิดไนท์ เกรย์ (Midnight gray) ตอนแรกสถาปนิกออกแบบเลือกสีมาให้เป็นสี คลาสสิค เกรย์ (Classic gray) นะคะ แต่พอดีบ้านใกล้ๆ กันที่สร้างใหม่ มุงสีนี้ เวลาหลังคากระทบกับแสงแดด สีมันออกขาวว่อกไปเลย แอดมินก็เลยตัดใจ เลือกสีที่แลดูเทาเข้มขึ้นมาอีกสเต็ปหนึ่ง มาลงตัวที่สี มิดไนท์ เกรย์ นี่แหละฮ่ะ


หลังจากเลือกสีของกระเบื้องมุงหลังคาที่ถูกใจได้แล้ว ทางผู้รับเหมาก็ขอให้ช่วยโอนค่ามัดจำค่าหลังคาไปให้บริษัทที่เป็นตัวแทนขาย 30 เปอเซ็นต์ เนื่องจากผู้รับเหมาเอง ก็ไม่ค่อยมีทุน งานนี้ตกหนักเราอีกตามเคย แต่ก็นะ เพื่อให้งานเดินหน้าต่อไปได้ ก็ต้องยอมจ่ายค่ามัดจำเองจนได้แหละ

วันนี้ฝนตกอีกแล้ว คาดว่าช่างก็คงไม่มาทำงานอีกตามเคย ไว้มีความคืบหน้าอื่นๆ จะมาคุยให้ฟังอีกนะคะ


ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต