รีวิวการสร้างบ้านใหม่ ตั้งแต่ต้นจนจบ

วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2559

เมื่ออิฐแดงฟิจเจอริ่งกับอิฐมวลเบา


หลาย ๆ คนเลือกวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างบ้านแตกต่างกัน ก็คงด้วยเหตุและผลหลายอย่างของตนเองน่ะนะคะ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของงบประมาณการก่อสร้าง,ความสวยงาม,ความคุ้มค่า,ประโยชน์ใช้สอย หรือแม้แต่คุณสมบัติพิเศษเฉพาะในตัววัสดุเหล่านั้นเอง แอดมินก็เป็นคนนึงที่เลือกประเภทของอิฐที่จะนำมาสร้างบ้าน ด้วยเหตุผลต่างๆ เหล่านั้นเช่นกัน


ปัจจุบันนั้น เราสามารถแบ่งอิฐหรือวัสดุที่จะนำมาทำผนังบ้านได้หลายประเภทค่ะ ในที่นี้จะขอพูดถึงแค่ 2 อย่าง เนื่องจากเป็นวัสดุยอดนิยม ที่นอกจากจะนิยมกันมาช้านานแล้ว ก็คิดว่าคงจะนิยมกันต่อไป จนกว่าจะเกิดนวัตกรรมผ่องถ่ายความนิยมไปสู่วัสดุที่คิดค้นใหม่อื่นๆ นั่นก็คือ "อิฐแดง" และ "อิฐมวลเบา" นั่นเองน่ะนะคะ


อิฐแดง หรือ อิฐมอญ คือ อิฐที่ทำมาจากอะไร ? อิฐแดงนั้นก็คือ อิฐที่ผลิตขึ้นจากดินเหนียวผสมแกลบหรือวัสดุอื่นผสมกับน้ำค่ะ แล้วเอาไปเผาให้สุก จนวัสดุที่ทำ แข็ง แกร่งและแห้ง เป็นสีแดง ก็เลยเรียกว่าอิฐแดง ปกติแล้วก็จะมีขนาด 5.5x14 ซม. หนา 3 ซม. ค่ะ อิฐตัวนี้จัดว่าเป็นอิฐที่นิยมใช้มายาวนาน มีคุณสมบัติพิเศษที่ความแข็งแรง ดูดซึมน้ำได้น้อย ฉาบปูนแล้วรอยร้าวมีน้อย ราคาถูก เจาะ ตอก ยึด ได้ดีกว่าอิฐมวลเบา แต่ก็มีข้อเสียอยู่เหมือนกันนะคะ นั่นก็คือ มีน้ำหนักมาก กันเสียงได้น้อย ใช้เวลาในการก่อสร้างมาก และมีอัตราการดูดกลืนความร้อนหรือเก็บความร้อนสูง (แถมกว่าจะคายความร้อนหมดก็นาน ส่งผลให้บ้านที่ก่อสร้างด้วยอิฐชนิดนี้ร้อนอบอ้าวกว่าบ้านที่สร้างด้วยอิฐมวลเบามาก)

ส่วน อิฐมวลเบา หรือ คอนกรีตมวลเบา นั้น แม้ว่ารูปร่างหน้าตาภายนอกของแต่ละยี่ห้อจะคล้ายกัน แต่ก็ผลิตมาจากวัสดุและวิธีที่ต่างกันค่ะ เรียกว่าเป็นสูตรเฉพาะตัวเลยก็ว่าได้ ส่วนใหญ่แล้ว อิฐมวลเบาก็จะผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ ได้แก่ ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ปูนขาว ทราย ยิบซั่ม น้ำ สารกระจายฟองอากาศ และส่วนผสมพิเศษของแต่ละโรงงาน คุณสมบัติพิเศษของอิฐมวลเบานั้นก็คือ ตัวอิฐเองมีน้ำหนักเบา ทำให้ประหยัดโครงสร้างของบ้านได้ ทนไฟ ดูดความร้อนต่ำ ป้องกันความร้อนได้ดี ป้องกันเสียงได้ดีกว่าอิฐแดง ตัดแต่งอิฐได้ง่าย ทำง่ายได้ไว (เนื่องจากขนาดของอิฐมวลเบาจะใหญ่กว่าอิฐแดงหลายเท่า) หน้างานสะอาด แต่ก็มีข้อเสีย ตรงที่แข็งแรงน้อยกว่าอิฐแดง ไม่สามารถรองรับการยึดเกาะของวัสดุอื่นที่มีน้ำหนักมาก ๆ ได้ดีเท่าอิฐแดง

จะเห็นได้ว่า อิฐทั้งสองประเภท มีข้อดีข้อด้อยที่แตกต่างกันค่ะ ดังนั้นในปัจจุบันนี้เจ้าของบ้านบางส่วน จึงได้เลือกใช้อิฐทั้งสองประเภทเพื่อใช้ประโยชน์ในคุณสมบัติเด่น ๆ ของอิฐเหล่านั้น อาทิเช่น เลือกใช้อิฐแดงในส่วนที่ต้อง "รองรับน้ำหนักมาก" "ดูดซึมน้ำต่ำ" ต้องการความแข็งแรงเป็นพิเศษ ได้แก่ ส่วนของห้องน้ำ หรือผนังที่ต้องการตกแต่งวัสดุน้ำหนักมากเช่นต้องการติดตั้ง หินแกรนิต หินเทียม หรือบิ้วอินผนังที่ต้องแขวนหรือยึดวัสดุน้ำหนักมากอื่นๆ เป็นต้น

ส่วนอิฐมวลเบานั้น มักนิยมใช้กับผนังที่ต้องการกันความร้อนจากภายนอก,กันเสียง ค่ะ เช่น ห้องนอน,ห้องรับแขก,ผนังด้านที่โดนแดดทั้งวันหรือโดนแดดบ่าย  แต่ก็ไม่ควรใช้อิฐมวลเบาติดตั้งวัสดุที่มีน้ำหนักมาก เนื่องจากความแข็งแรงของอิฐมวลเบานั้นน้อยกว่าอิฐแดงน่ะนะคะ

ในตอนหน้าของบล็อก เรามาคุยกันเรื่องอื่นกันต่อค่ะ







วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ทับหลังและเสาเอ็น สำคัญอย่างไร

สวัสดีค่ะ ช่วงนี้อากาศช่วงเช้าถึงเย็นอึมครึมหน่อย กรมอุตุท่านบอกไว้ว่า มีพายุฝนเข้า และจะกระทบภาคเหนือ,ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ขอให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลากให้ดี แอดมินก็ลุ้นนน..ติดกันมาหลายวันแล้วค่ะ ว่าเมริงงอยาตกเล้ยยย..5555+ ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ ขืนตกตอนนี้งานก็สะดุดอีก ไอ้ที่คิดว่างานจะไหลไปเรื่อยๆ อย่างน้อยก็เสร็จช้ากว่ากำหนดนิดหน่อยก็ยังดี ก็อาจจะเลื่อนกำหนดเสร็จไปเป็นกลางปีหน้า !!!

อ่ะ ไหน ๆ ฝนก็ไม่ตกละ มาดูหน้างานเมื่อวานกันต่อนะคะ


เมื่อวานนี้มีคนงานมาหน้างานแค่ 4 คนค่ะ หลัก ๆ ก็จะเป็นการเทปูนทับหลังกับเสาเอ็น ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับผนังบ้านของเรา ยิ่งเป็นผนังใหญ่ ๆ สูง ๆ หากช่างไม่ได้ทำการเทเสาเอ็นทับหลัง ก็อาจก่อปัญหาวันดีคืนดีผนังถล่มครืนลงมาก็เป็นได้ (ไม่ได้ขู่นะ แต่ขู่ !!! แอร๊ยยย..)


แล้ว ทับหลัง กับ เสาเอ็น มันคืออัลไล ? ไปอ่านข้อมูลตามเว็ปมา เค้าก็อธิบายได้เข้าใจง่ายดี แต่ยาวไปหน่อย แอดมินสรุปให้ฟังสั้นๆ ย่อ ๆ ละกันเนอะ


งานเสาเอ็นและทับหลังนี้ ถือเป็นส่วนที่สำคัญส่วนหนึงของการก่อผนังและการ สร้างบ้าน เช่นกันค่ะ ตัวทับหลัง นั้น ก็คือ ส่วนของปูนและเหล็กที่ถูกหล่อทับไว้ด้านบนตามแนวผนังที่ก่อขึ้น (ตามแนวนอน) และส่วนเหนือกรอบประตูหน้าต่าง ส่วน เสาเอ็น นั้น ก็จะทำหน้าที่เป็นหลักตามแนวตั้ง เพื่อยึดประตูและหน้าต่างไว้กับผนัง โดยจะอยู่ระหว่างวงกบทั้งสองด้านบนผนัง ดังนั้น ตัวทับหลังและเสาเอ็น จึงทำหน้าที่เพิ่มความแข็งแรงให้กับผนังบ้าน พูดง่ายๆ ก็เหมือนเป็นกระดูกช่วยรับน้ำหนัก,ถ่ายน้ำหนักของตัวผนังเอง และช่วยรับน้ำหนักแรงกระแทบบานประตูหน้าต่าง,แรงลมที่มาปะทะผนังบ้าน,งานบิ้วอิน เป็นต้น


แล้วถ้าไม่ได้ทำ เสาเอ็น และทับหลัง ให้บ้านล่ะ จะมีผลเสียอะไรมั้ย..คำตอบก็คือ มีแน่นอนค่ะ ปัญหาส่วนใหญ่ของการละเลยหรือข้ามขั้นตอน ไม่มีการทำเสาเอ็นและทับหลังให้กับบ้าน ก็คือมักจะเกิดรอยแตกร้าวเฉียงๆ บนผนัง บริเวณมุมของวงกบประตูหน้าต่าง เนื่องจากผนังนั้นได้รับการสั่นสะเทือนที่เป็นแรงกระแทกทั้งลม หรือการปิดเปิดประตู หากประตูหน้าต่างนั้นเชื่อมต่อกับภายนอก ฝนก็อาจรั่วซึมเข้ามาตามร้อยร้าวรอยแตกนั้นได้ และหากเป็นผนังที่สูงใหญ่ ก็อาจทำให้แข็งแรงน้อยลง ดังนั้น ขั้นตอนของการเททับหลังจะเสาเอ็น จึงเป็นอีกขึ้นตอนหนึ่งซึ่งคนที่กำลังสร้างบ้าน จะละเลยเสียมิได้นะคะ


ในตอนหน้าของบล็อก เราจะมาดูความแตกต่างระหว่างการใช้อิฐแดงและอิฐมวลเบาในการทำผนังบ้านกันค่ะ แล้วกลับมาพบกันใหม่ในครั้งหน้านะคะ







วันพฤหัสบดีที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2559

สถาปนิกเข้าตรวจหน้างานและเคลียร์แบบ ตอนที่ 2


เอ้าๆ รีบเขียน เดี๋ยวลืม 5555+ ตอนที่แล้วเขียนเรื่องลายละเอียดที่ต้องเพิ่มเติมและแก้ไขหน้างานจริงกับในแบบกระดาษถึงข้อที่ 8 ละ มาถึงข้อที่ 9 กันบ้างค่ะ


9. ระดับของห้องน้ำในห้องนอนผู้สูงอายุ ตอนแรกเราอยากให้เป็นพื้นระดับเดียวกัน เวลาแม่ใช้งานจะได้เดินไม่สะดุด แต่ทั้งช่างและ สถาปนิก บอกว่าการลดระดับแค่ส่วนละ 5 ซม. จะช่วยให้สามารถระบายน้ำได้ดีกว่าการปรับระดับให้ลาดเอียงธรรมดา แถมยังสวยงามกว่าอีกด้วย เอ้า..เชื่อ..งั้นลดระดับส่วนเปียกส่วนแห้งเอาละกัน

10. ราวกั้นสะพานเชื่อมกลางระหว่างบ้านทั้งสองปีกชั้นบน ของเดิมในแบบ สูงแค่ 70 ซม.เอง เราลองเอาตลับเมตรมาลองวัดดู ขุ่นพระ !! สูงแค่ระดับต่ำกว่าสะโพกอิชั้นซะอีก นี่มันเสี่ยงพอสมควรเลยนะเนี่ย ถ้าแม่อิชั้นซึ่งเป็นคนแก่ระดับ 70+ เดินบ่อยๆ จะอันตรายมั้ยอ่ะ ไม่ได้การ ขอ สถาปนิก แก้ไขให้ระดับราวกันตกสูงขึ้นกว่าเดิม ตอนแรกขึ้นให้แค่ 80 ซม. เราก็ยังไม่พอใจ สรุป..ลงตัวที่ 90 ซม. ปัญหาคือ พอราวกันตกฝั่งขวา (ที่ติดกับช่องปลูกต้นไม้) สูงขึ้น ราวกันตกฝั่งซ้ายก็ต้องสูงขึ้นให้เท่ากัน ส่วนไอ้ราวบันไดที่เชื่อมต่อกับราวฝั่งซ้าย ก็สูงจนไม่สวยสิฮะ..ทำไงได้ เป็นการบ้านให้สถาปนิกกลับไปดีไซด์มาใหม่ให้สวยงามละกัน (จบมั้ย ?? ยั๊งงง..)


11. ผนังข้างบันได ซึ่งเป็นผนังใหญ่มว้ากกกก..ในแบบออกแบบให้เป็นผนังทรายพ่น(พี่แกกะโชว์) ช่างวัชรบอกหาคนรับเหมาทำยาก แถมยังเป็นที่เก็บฝุ่น,เก็บหยากไย่ สถาปนิกบอก เดี๋ยวช่วยหาอีกแรง ส่วนจะเก็บฝุ่นรึเปล่า อันนี้จะเน้นให้เป็นทรายพ่นเนื้อละเอียด ไม่หยาบ ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องฝุ่น,หยากไย่มากนัก ข้อนี้แอดมินลังเลใจ เพราะคุณนายที่บ้านก็ไม่ชอบผนังขรุขระ บอกอมฝุ่น เดี๋ยวค่อยคุยกันอีกทีละกัน ยังพอมีเวลา

12. อิฐช่องลมสี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่จะก่อเป็นแผงที่ระเบียงบ้านชั้นบนและที่ระเบียงซักล้างด้านหลัง ในพิษณุโลกไม่มีใครผลิตหรือขาย แถมเป็นช่องลมแบบที่ไม่ใช่ช่องลมเนื้อหยาบๆ แบบสมัยก่อน เนื้อจะละเอียด,คม คุยกับสถาปนิกแล้วว่า มันต้องใช้แบบดี ที่มองแล้วไม่โลว์ เพราะบ้านเราจะต้องดูแพงในงบถูกๆ วะฮ่า ๆ  ๆ (คืออิ่เจ๊กับสถาปนิกนี่ท่าจะไปด้วยกันได้) เพราะฉะนั้นก็เป็นหน้าที่ที่สถาปนิกกับอิ่เจ๊ จะต้องช่วยกันเสาะหาแหล่งจำหน่ายให้ช่าง

13. ตำแหน่งท่อระบายน้ำจากระเบียงใหญ่ชั้นบนลงมาชั้นล่าง ช่างวัชรบอกต้องหล่อคานลงมาอีก 10 ซม. เนื่องจากจะปิดข้องอของท่อน้ำทิ้ง สถาปนิกโอเค.

14. ช่องปลูกต้นไม้ในบ้าน สถาปนิกหันมาถามว่า ได้ชื่อต้นไม้รึยัง อิชั้นบอกยัง..สถาปนิกบอก งั้นต้นโมกละกันเนอะ แล้วหันไปบอกช่าง ต้องเอาวงปูนใส่ตรงนี้นะ จะได้กันรากต้นไม้ไม่ให้กระทบโครงสร้างบ้านด้วย (เดี๋ยวๆ !! นี่บ้านใคร ใครเลือกต้นไม้ 5555+)

โอ่ย..เยอะอยู่นะ..เดี๋ยวมาดูรายละเอียดและความคืบหน้าต่อในครั้งหน้านะคะ




วันพุธที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2559

18 สิงหาคม 2559 สถาปนิกเข้าตรวจงานและเคลียร์แบบ


เมื่อวานนี้ สถาปนิก ผู้ออกแบบบ้าน เข้ามาตรวจความคืบหน้าของการ สร้างบ้าน และเคลียร์แบบที่อาจจะมีต้องแก้ไขหน้างานค่ะ

จริงๆ แล้วสถาปนิกเค้าไม่ได้จู่ๆ จะเข้ามาดูหน้างานให้หรอก แต่เผอิญว่า หน้างานบ้านใหม่ของอิชั้นมันมีบางจุดที่ต้องแก้ไข ในกรณีที่แบบไม่เคลียร์ หรือมีจุดที่ต้องเพิ่มเติม,ตัดทิ้ง เนื่องจากความจำเป็นน่ะนะคะ โชคดีที่ได้สถาปนิกที่ไม่ทิ้งหน้าที่ ก็เลยนัดกันว่าจะเข้ามาดูปัญหาที่ต้องแก้ไขรวมไปถึงแบบของบ้านที่ผู้รับเหมาและช่างดูรายละเอียดแล้วไม่ชัดเจนให้


นัดกันบ่ายสองค่ะ ระหว่างนั้น ช่างวัชรกับคนงานก็เร่งทำงานชั้นสองกันอย่างหน้าดำคร่ำเคร่ง วันนี้เป็นการเทคานปูนด้านหน้าของระเบียงบ้าน ซึ่งตามแบบแล้วค่อนข้างยากเอาการ เพราะเป็นการเทปูนเป็นรูปตัวแอล ซึ่งก็ต้องเทสองขยัก คือเทส่วนที่เป็นแผ่นด้านล่างก่อน ก่อนจะเทแผ่นบนซึ่งเป็นแนวตั้งตามทีหลัง

พอสถาปนิกมา ช่างวัชรก็ปีนลงมาคุยเรื่องแบบกับสถาปนิก (ก่อนหน้านั้น แอดมินก็เดินคุยคร่าวๆ ชี้จุดที่ต้องการคำแนะนำ,แก้ไขกันก่อนคร่าวๆ แล้ว) ซึ่งก็มีหลายจุดเลยที่ต้องเปลี่ยนแปลงแบบ เรามาดูทีละส่วนกันนะคะ


1. ส่วนของครัวนอกบ้าน ซึ่งเป็นส่วนต่อเติมที่มีผนังเกือบติดกำแพงของบ้านข้างเคียง ส่งผลให้ผนังส่วนนั้น ไม่สามรถออกไปฉาบปิดผิวภายนอกได้ ปัญหาคือ..พอไม่สามารถฉาบปิดผิวภายนอกได้ ก็จะส่งผลให้เวลาฝนตก น้ำจะรั่วซึมเข้ามาภายในครัว รวมถึงอาจเกิดปัญหาเชื้อราที่ผนังได้ --- วิธีแก้ไขที่สถาปนิกแนะนำคือ ให้ฉาบปิดผิวภายในก่อนรอบหนึ่ง ก่อนตั้งโครงเคร่าแล้วตีแผ่นวีว่าบอร์ดปิด โป๊วรอยต่อให้เรียบร้อย แล้วทากันซึม+ทาสีตามปกติ

2. ส่วนของหน้าต่างครัว จากเดิมเป็นบานกระทุ้งแฝดเล็กสองบานอยู่สูงเหนือหัวขึ้นไป ซึ่งหากติดตั้งฮู๊ดดูดควัน ก็จะทับบานหน้าต่าง ดังนั้นจึงเลื่อนบานหน้าต่างแฝดจากแนวนอน มาใส่เป็นแนวตั้งชิดผนังด้านซ้ายมือ แต่ยังเป็นบานประทุ้งเหมือนเดิม นอกจากเพิ่มแสงสว่างภายในครัวแล้ว ยังช่วยระบายอากาศได้ดีอีกด้วย


3. ประตูครัวนอก ในแบบไม่มีฮ่ะ..แต่อิชั้นอยากได้ เพราะเวลาคนมาส่งแก๊ส จะได้ไม่ต้องให้เข้ามาในตัวบ้าน แต่ให้เข้าด้านข้างบ้าน ตรงเข้าประตูครัวได้เลย อีกอย่าง หากก่อปิดทึบ เวลาเข้าไปทำครัว อึดอัดตายเลย การเจาะประตูผนังครัวส่วนนี้ จะสามารถเดินลงไปยังบริเวณข้างบ้านได้อีกด้วย ทำให้พื้นที่ส่วนนี้ไม่ได้ถูกละเลย สามารถใช้ประโยชย์อื่นได้อีก

4. ประตูเชื่อมครัวนอกกับภายในบ้าน ของเดิม สถาปนิกออกแบบเป็นบานกระจกผลักคู่ซ้าย-ขวา บานละแค่ 50 ซม. (รวมกันเป็น 1 เมตร) แต่เนื่องจากกลัวเกะกะเวลาเปิดประตูครัวค้างไว้ เลยเปลี่ยนเป็นบานเลื่อน 80 ซม. เลื่อนไปเก็บไว้ที่ผนังปูนแทน


5. ห้องเก็บของ แจ้งสถาปนิกว่า ขอให้พวกกล่องไฟเซอวิสต่างๆ (แผลไฟ,คัทเอ้าท์) เข้ามาอยู่ในนี้ เนื่องจากจะได้ไม่รกสายตา

6. ห้องน้ำของห้องนอนใหญ่ สถาปนิกยอมรับว่าทีมเขียนแบบทำงานพลาด โดยใส่ช่องแสงภายในห้องน้ำยาวเป็นตับ แถมไม่ได้ใส่ตำแหน่งประตูห้องน้ำด้วย วิธีแก้คือ ให้ลดจำนวนช่องแสงด้านข้างห้องน้ำลงจาก 3 ช่องเป็นแค่ 2 ช่องแล้วใส่ประตูเพิ่มให้

7. ก่อกล่องชาร์ปตื้นๆ ปิดเสาที่เป็นกระดูกอยู่ที่ผนังห้องน้ำ แล้วเจาะผิวกล่องให้เป็นช่องสำหรับใส่ของ

8. แอดมินเพิ่งรู้ว่า walk in closet ห้องนอนผู้สูงอายุข้างล่างนี่ ไม่มีประตูปิดแฮะ

ยาวแฮะ เหอ ๆ ๆ เอ้า...ยกยอดไปต่อตอนหน้าละกันนะคะ