รีวิวการสร้างบ้านใหม่ ตั้งแต่ต้นจนจบ

วันเสาร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ประเภทของรางม่าน


ตอนที่แล้วนู้น แอดพูดถึงชนิดของผ้าม่านกันไปแล้วน่ะนะคะ ในตอนนี้เรามาคุยกันเรื่องชนิดของรางม่านกันบ้างค่ะ

สำหรับ รางผ้าม่าน นั้นมีให้เลือกใช้หลายแบบด้วยกันได้แก่

1. รางโชว์ รางชนิดนี้ใช้โชว์สมชื่อค่ะ เหมาะสำหรับม่านตาไก่,ม่านห่วง,ม่านคอกระเช้า มักนิยมเพิ่มหัวม่านรูปแบบต่างๆ อย่างสวยงาม ตัวรางโชว์ทำจากวัสดุหลากหลายประเภท หลายราคา ไม่ว่าจะเป็น รางเหล็ก,รางสแตนเลด,รางไม้จริง,รางเหล็กเคลือบพีวีซี,รางไทเทเนียม ฯ รางโชว์นี้ เหมาะกับบ้านหลายสไตล์โดยเฉพาะบ้านในสไตล์โมเดิร์น

ภาพประกอบจาก intl.target.com/
2. รางตัวยู หรือรางไมโคร รางประเภทนี้ใช้กับม่านจีบได้อย่างเดียวค่ะ ความสวยงามสู้รางโชว์ไม่ได้ เพราะหัวท้ายจะไม่มีหัวประดับสวยๆ ให้เลือกใช้งาน (เหมาะสำหรับบ้านที่มีหน้าต่าง,ประตูกว้างเกือบสุดความยาวของผนัง เนื่องจากไม่ต้องเว้นระยะด้านข้างเหมือนรางโชว์สวมหัวโชว์หัวท้าย) หลายบ้านเลือกจะใช้รางตัวยูแล้วทำกล่องบังรางให้ ข้อดีคือแข็งแรง ปิดเปิดสะดวก มีให้เลือกใช้ 2 ระบบ คือระบบที่ใช้เชือกดึงม่าน และระบบที่ใช้ด้ามจูงม่าน

ภาพประกอบจาก apeinterior.com
3. รางตัวซี รางชนิดนี้่ทำจากอลูมิเนียม ราคาจะประหยัดกว่ารางตัวยูค่ะ ตัวรางจะบางเบากว่า ปิดเปิดสะดวกน้อยกว่ารางตัวยู ส่วนใหญ่ใช้เชือกดึงเวลาปิดเปิด ใช้กับม่านจีบได้อย่างเดียวนะคะ

4. รางโค้งดัดมือ ใช้กับม่านจีบได้อย่างเดียวค่ะ เหมาะสำหรับบ้านที่มีกระจกต่อเนื่องกันตรงมุมผนัง เพราะสามารถดัดรางโค้งหรือหักมุมไปตามผนังทั้ง 2 ด้านได้ วัสดุเป็นอลูมิเนียม จะบางเบากว่ารางตัวซี

5. รางม่านพับ ตัวรางเป็นอลูมิเนียม อุปกรณ์รางเป็นพลาสติก ใช้เชือกเป็นเม็ดแบบไข่ปลาในการดึงผ้าม่านขึ้นลง มีหลายเกรดให้เลือกใช้

6. รางม่านม้วน ใช้กับม่านม้วน เป็นรางเฉพาะที่มีทั้งแบบดึงผ้าม่านให้ม้วนขึ้นลงด้วยมือ หรือใช้มอเตอร์ไฟฟ้า

ในตอนหน้าเรามาทำความรู้จักกับประเภทของเนื้อผ้า หรือเนื้อวัสดุที่จะนำมาตัดเย็บเป็นผ้าม่านกันบ้างค่ะ



วันศุกร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ติดกระจกเงาบานใหญ่ในห้องน้ำ


เมื่อวานแอดแว้นกระบะไปบรรทุก กระจกเงาบานใหญ่ ที่จะติดตั้งใน ห้องน้ำ มาค่ะ

เนื่องจาก กระจกเงา บานใหญ่ที่สั่งมาจากร้านนึงในตัวเมือง มีปัญหาทั้งขอบถลอก งานไม่เรียบร้อย แถมช่างเล็กยกขึ้นตอนจะติดตั้งไม่ระวัง ขอบกระจกเลยแตก T^T แซ่ดดดดดด มาก...เงิน 1,800 หายไปในพริบตา

สุดท้ายแอดเลยต้องตระเวนหาที่สั่งใหม่ค่ะ โชคช่วย ที่รอบนี้ได้สั่งตัดกับบริษัทมืออาชีพ โฆษณาให้เลย 555+ คือที่ บริษัทพิษณุเกษม พิษณุโลก น่ะนะคะ รู้สึกว่าจะเป็นแห่งเดียวในพิษณุโลกที่รับตัดกระจกโดยมีเครื่องเจียรขอบกระจก+ลบมุมให้ด้วย กระจกหนากว่ากันแถมถูกกว่าร้านแรกตั้ง 100 นึงแน่ะ (ร้านแรกบอกสั่งจากกรุงเทพหนาได้แค่ 5 มม. แต่ กระจกไทยอาซาฮี ของพิษณุเกษมได้ 6 มม. ในราคาที่ถูกกว่าอีก)


แอดเตรียมผ้านุ่มๆ ผืนใหญ่ที่ร้านโซฟาห่อโซฟาส่งขนส่งมาให้ไป 2 ผืน เอาไว้รองตัวกระจกกันกระแทก ใช้เวลาขับไปกลับเกือบ ชม.ครึ่ง ขาไปขับเร็วได้ ขากลับต้องค่อยๆ ขับเด้อออ...ค่อยๆ คลานมา


มุมสวยเป็นที่น่าพอใจมากค่ะ คือนอกจากจะเจียรปลีขอบแล้วยังลบมุมให้ด้วย ในความโชคร้ายที่กระจกรอบแรกแตก ก็ยังเป็นโชคดีของแอดที่ได้กระจกคุณภาพดีมาทดแทน


ช่างเล็กถอดเอากระดานไม้อัดอันเก่าออกแล้วใส่อันใหม่เข้าไป พอเอากระจกมาวางไว้ในห้องน้ำแบบนี้แล้ว รู้สึกเหมือนมันใหญ่ๆ ยังไงก็ไม่รู้แฮะ


กาวที่ใช้ติดกระจกนี้เป็นกาวหลอดนะคะใช้คู่กับปืนยิงซิลิโคน เห็นช่างเรียกว่ากาวตะปู แอดแวะซื้อจากไทวัสดุซึ่งเป็นทางผ่าน คือเมื่อกาวมันแห้งแล้วจะติดเกาะทุกสิ่งแบบแน่นมาก รอบนี้ช่างเล็กยิงกาวตะปูแบบถี่ยิบเพราะแอดซื้อกาวให้เอง เดี๋ยวๆ ไม่ใช่ละ 5555+ คือ กระจกมันบานใหญ่อ่ะ ปลอดภัยไว้ก่อนก็ดี


รอบนี้ไม่พลาดฮ่ะ ช่างเตรียมไม้มากรองตัวกระจกไว้ก่อน เพื่อที่เวลายกบานกระจก มุมล่างของกระจกจะได้ไม่ถูกับพื้นกระเบื้องจนเกิดอาการแตกเหมือนคราวที่แล้ว ที่สำคัญ คือต้องยกกระจกขึ้นพร้อมๆ กันนะคะ มุมกระจกจะได้ไม่แตก


เอ้า..ฮึ้บ...ทั้งยก ทั้งประคอง ด้านล่างมีไม้ค้ำบานไว้อีก 2 อันค่ะ และต้องค้ำไว้อย่างนั้นอีกราวๆ 12 ชม. ถึงจะเอาออก


เลื่อนให้เข้าที่ แลดูมันใหญ่ไปจริงๆ นะนี่ อึ้งแพร็บบบบบบ.............. แง้งงงงงงงงงงง....แต่ก็เอาเถอะ ติดไปแล้วนี่ เดี๋ยวหาแจกันใส่ดอกไม้สวยๆ  มาตั้งบังๆ สักใบคงพอได้


สเต็ปเดิมนะคะ ต้องมีกระดาษกาวยึดบานไว้กับผนังแบบนี้ด้วย กันมันคว่ำหน้าลงมา ในที่สุดก็ปิดจ็อบกระจกในห้องน้ำได้ซะที เหลือแต่ติดเครื่องทำน้ำอุ่นก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว

ในตอนหน้าเราไปคุยกันเรื่องผ้าม่านกันเต๊อะ แล้วกลับมาพบกันได้ใหม่คราวหน้านะคะ :)


วันอังคารที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ชนิดของผ้าม่าน ม่านมีกี่แบบ



ช่วงนี้อัพบล็อกแบบเขย่งก้าวกระโดดนิดนึงนะคะ 555 เนื่องจากรอปิดจ็อบเรื่องกระจกเงา แต่ช่างเล็กไม่ตอบกลับมาซะทีว่าจะว่างเข้ามาทำให้วันไหน แอดก็เลยคว้างานอื่นมาทำไปก่อน ซึ่งอย่างหนึ่งที่บ้านใหม่จะขาดซะไม่ได้เลย ก็เห็นจะเป็นพวก ผ้าม่าน นี่แหละ เพราะนอกจากมันจะทำให้บ้านแลดูสวยงามแล้ว ยังช่วยในเรื่องของการพรางสายตาจากบุคคลภายนอกได้ด้วย


คำถามก่อนที่เพื่อนๆ จะติด ผ้าม่าน ตามจุดต่างๆ ของบ้าน ก็คงคล้าย ๆ กับแอดนี่ล่ะ นั่นคืออยากรู้ว่าม่านมีกี่ชนิด และแต่ละชนิดมีข้อดีข้อด้อยอย่างไรบ้าง วันนี้เรามาดูชนิดของผ้าม่านไปพร้อมๆ กันเลยนะคะ

ปัจจุบันนี้มีผ้าม่านหลายแบบด้วยกันค่ะ ได้แก่

1. ม่านจีบ ม่านชนิดนี้นิยมกันมานาน เป็นม่านที่เย็บจีบด้านบนของผ้าม่านค่ะ จะจีบ 2 หรือจีบ 3 ก็แล้วแต่ความชอบ ข้อดีของม่านชนิดนี้คือแต่ละจีบจะทิ้งระยะเท่าๆ กัน เวลาปิดม่านเราก็ไม่ต้องคอยจัดลอนเหมือนพวกม่านลอน หรือม่านตาไก่ ส่วนตัวผ้าม่านนั้น ก็จะมีการอัดกลีบอย่างเป็นระเบียบ เหมาะกับบ้านหลายๆ สไตล์

2. ม่านลอน ม่านชนิดนี้จะมีลักษณะของตัวผ้าม่านแบบทิ้งลอนเป็นรูปตัว S ต่อกันไปเรื่อยๆ ค่ะ ปัจจุบันนี้ม่านลอนเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ชื่นชอบการตกแต่งบ้านในสไตล์โมเดิร์น

3. ม่านม้วน คือม่านที่มีลักษณะผ้าม่านที่พันอยู่บนแกนม้วนสปริงค่ะ โดยเมื่อใช้งานก็จะปล่อยตัวม่านลงมาเป็นม่านผืนเรียบๆ และเวลาเลิกใช้งานก็จะม้วนเก็บขึ้นไปไว้ด้านบน ข้อดีก็คือม่านชนิดนี้จะไม่เป็นตัวกักฝุ่นค่ะ ทำความสะอาดง่าย สามารถปรับความสั้นยาวของม่านเพื่อกำหนดปริมาณของแสงได้ แต่ข้อเสียคือ ไม่สามารถถอดซักได้ และถ้าสปริงเสียก็ต้องถอดไปให้ร้ายซ่อมสถานเดียว

4. ม่านพับ เป็นม่านที่มีลักษณะคล้ายการพับผ้าซ้อนๆ กันขึ้นไปเป็นชั้นๆ ค่ะ เหมาะกับประตูหน้าต่างบานยาว หรือหน้าต่างบานเล็กยาวที่ติดๆ กันหลายบาน มีความแข็งแรง ประหยัดเนื้อที่ เหมาะกับบ้านสไตล์โมเดิร์น แต่ข้อเสียคือต้องเผื่อระยะห่างระหว่างเหนือวงกบหน้าต่างกับเพดานค่อนข้างมาก ชักขึ้นลงบ่อยๆ อุปกรณ์มักจะเสียหายน่ะนะคะ

5.ม่านตาไก่ ม่านแบบนี้จะเป็นม่านที่มีการเจาะตาไก่ไว้ด้านบนของม่านเพื่อร้อยรางม่าน เหมาะกับบ้านหลายสไตล์ ใช้งานง่าย แต่เวลารูดม่านปิดอาจจะต้องได้รับการจัดลอนให้เป็นระเบียบจึงจะสวยงาม

6. ม่านคอกระเช้า ม่านแบบนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบความเรียบง่ายค่ะ ลักษณะของม่านด้านบนจะเย็บเป็นห่วงคล้ายเสื้อคอกระเช้า เพื่อใช้สอดรางม่าน

7. ม่านปรับแสง คือมู่ลี่แนวตั้งนั่นเองค่ะ ส่วนใหญ่ใบม่านปรับแสงจะทำมาจากวัสดุสังเคาะห์ มีลักษณะเป็นแผ่นแนวตั้งสามารถปรับได้ 180 องศา ข้อดีคือไม่อมฝุ่น กรองแสงแดดได้ดี แต่ความสวยงามอ่อนช้อยก็อาจจะสู้ผ้าม่านแบบผ้าไม่ได้

8. มู่ลี่ มีลักษณะเป็นใบคล้ายบานเกล็ดค่ะ คือเป็นแผ่นแนวนอน สามารถปรับองศาของใบมู่ลี่เพื่อรับแสงหรือภาพภายนอกได้ ข้อดีคือไม่เก็บฝุ่น ข้อเสียคือไม่นุ่มนวล อ่อนช้อยเหมือนผ้าม่าน และหากชำรุดก็อาจซ่อมแซมเองไม่ได้ เหมาะสำหรับหน้าต่างบานติดตาย หรือหน้าต่างที่ไม่ได้เปิดใช้งานบ่อยๆ ค่ะ

ในตอนหน้าเรามาดูประเภทของรางม่านกันบ้างนะคะ












ทำความสะอาดร่องยาแนวกระเบื้อง


กระจกเงาบานใหญ่ที่จะเอามาติดตั้งในห้องน้ำชั้นบนยังไม่มา ระหว่างนี้มาคุยเรื่องอื่นๆ คั่นเวลากันดีกว่าเนอะ

สำหรับบ้านที่เลือกใช้ กระเบื้องปูพื้น นั้น อย่างนึงที่เชื่อว่าน่าจะกวนใจเพื่อนๆ อยู่ไม่น้อย ก็เรื่องของความสกปรกของ ร่องกระเบื้อง หรือ ร่องยาแนว นี่แหละฮ่ะ

หลายๆ บ้าน ถึงทำความสะอาดดีแล้ว แต่พอนานไป ร่องกระเบื้องก็เป็นจุดที่สะสมฝุ่นหรือคราบสกปรกๆ ต่างๆ ได้เหมือนกัน แอดสังเกตว่า แม้แต่เวลาเรากวาดบ้านซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่สะอาดแล้ว แต่พอลากไม้กวาดผ่านร่องกระเบื้อง ฝุ่นที่กวาดๆ มา มันก็ลงไปกองอยู่ในร่องกระเบื้องอีกอยู่ดี ยิ่งบ้านไหนยาแนวร่องกระเบื้องหลุดหรือยาแนวไม่เต็มร่องนี่ยิ่งเห็นชัดเลย (>0<)/ ... ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดก็คือ การดูดฝุ่นแทนการกวาดนะจ๊ะ จากนั้นค่อยถูเปียกหรือถูด้วยน้ำยาเก็บฝุ่น แต่หากว่ายาแนวมันสกปรกเกินเยียวยาไปแล้ว เราก็คงต้องมองหาตัวช่วยเพื่อทำความสะอาดร่องยาแนวให้กลับมาขาวสวยเหมือนเดิม


สำหรับบ้านแอดเองถือว่าเป็นบ้านใหม่ค่ะ ถึงจะสร้างมาแตะ 2 ปีแล้วก็เถอะ แต่ก็ยังไม่ได้มีใครย้ายไปอยู่เลย 555+ แอดว่างานสร้างบ้านของแอดเหมือนงานอดิเรกไปแล้วนะ ด้วยความที่มีบ้านหลังเดิมอยู่แล้วด้วยกระมัง ก็เลยทำแบบไม่ได้เร่งร้อนอะไร แม้ว่าจะเป็นบ้านค่อนข้างใหม่ แต่ก็ยังมีช่างเดินเข้าเดินออกตลอดเวลา ผลน่ะเหรอคะ ร่องยาแนวดำเป็นตารางหมากรุก หึหึ ยิ่งพื้นแกรนิตโต้ขาวนี่ เห็นชัดมากกกก เกลียด...!! 5555 แต่ทำไงได้ ทำไปแล้วนี่เนอะ มาค่ะ เรามาหาตัวช่วยทำความสะอาดร่องยาแนวกระเบื้อง หรือร่องยาแนวแกรนิตโต้กัน

ก่อนอื่นเราไปหาซื้อน้ำยาทำความสะอาดร่องยาแนวกระเบื้องกันก่อนค่ะ ในท้องตลาดเดี๋ยวนี้ มีหลายยี่ห้อให้เลือกใช้นะคะ แต่แอดซื้อ ตราจระเข้ มา สนนราคาก็ขวดละ 300 กว่าบาท แอบแพงเหมือนกัน แต่ขวดนึงถ้าจำกัดปริมาณการใช้ดีๆ ก็ใช้ได้พื้นที่กว้างอยู่


พอได้มาแล้วเราก็เอาน้ำยามาแบ่งใส่ขวดซอสแบบนี้ค่ะ เพราะเราต้องจำกัดปริมาณน้ำยาให้อยู่แต่กับร่องกระเบื้อง จะได้ไม่เปลือง

หาอะไรอุดรูขวดซอสให้น้ำยาไหลน้อยๆ นะคะ แอดเล่นง่ายนะ หักเอาก้านไม้กวาดทางมะพร้าวทบๆ กันหลายๆ อันอุดมันซะเลย ให้เหลือรูเล็กๆ


มาค่ะ มาลองใช้งานน้ำยาทำความสะอาดร่องกระเบื้องกัน

ก่อนอื่นก็กวาดบ้านให้ฝุ่นผงอื่นๆ ออกไปซะก่อน จากนั้นก็หยอดน้ำยาทำความสะอาดร่องกระเบื้อง โดยการเทกรีดลงไปเฉพาะแนวร่องยาแนวแต่ละแผ่นแบบนี้



ทิ้งไว้สักพักค่ะ ประมาณ 3 นาที จากนั้นจึงใช้ผ้าสะอาดเช็ดออกโดยเน้นเช็ดตรงร่องให้ชัดๆ แอดใช้ปลายเล็บกดบนผ้าสะอาดกรีดไปตามร่องกระเบื้องที่หยอดน้ำยาไว้ น้ำยามันกัดร่องยาแนวเป็นฟองฟู่ คราบฝุ่น คราบสกปรกมันลอยตัวขึันมาให้เห็น จะๆ เลยแบบนี้


เช็ดปั๊บ...ขาวจั๊ว เฮ้ยยย...อะไรจะง่ายดายปานนั้น


สวยงาม สะอาดเหมือนใหม่เลย 555


คือ..แอดไม่รู้ว่าน้ำยามันจะมีปัญหาอะไรกับพวกกระเบื้องหรือร่องยาแนวมั่งมั้ย แต่คงมีแหละ ไม่งั้นข้างขวดเค้าไม่แนะนำให้ใช้กับกระเบื้องที่ทนกรดทนด่างหรอกเนอะ มันคงมีฤทธิ์กัดกร่อนอยู่ไม่น้อย แอดไม่ได้สวมถุงมือตอนใช้งาน ใช้ๆ ไป แสบมือนิดๆ แฮะ (แนะนำใส่ถุงมือยางแบบบางก็ดีนะคะ)


ค่อยๆ ทำไปทีละ 3-4 แผ่นค่ะ จะได้เช็ดน้ำยาออกทัน และหลังจากเช็ดน้ำยาออกจากร่องกระเบื้องแล้ว อย่าลืมถูพื้นด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งนึงด้วย


และอย่างที่บอก บ้านที่ปูกระเบื้องมีร่องยาแนวแบบนี้ สลิปเปอร์หรือรองเท้าแตะสวมในบ้านมีประโยชน์มาก อย่างน้อยก็ช่วยป้องกันไม่ให้ฝุ่นจากเท้าของเราให้ร่วงลงบนพื้นได้อีกทางหนึ่ง บ้านไหนที่มีเครื่องดูดฝุ่น เอามาใช้งานสักอาทิตย์ละครั้งก็ยังดีค่ะ เราจะได้ไม่ต้องกวาดฝุ่นลงไปกองสะสมในร่องกระเบื้อง แอดแอบขี้โกงนิดนึง คือที่บ้านเดิมมีหุ่นยนต์ดูดฝุ่นใช้งานอยู่ตัวนึงละ และใช้ดีมาก (เป็นนวัตกรรมที่แอดซื้อมาแล้วคุ้มค่าที่สุด) ก็กะว่าจะเอามาใช้ที่บ้านใหม่ด้วยแหละ น่าจะช่วยผ่อนแรงได้มากพอสมควร

คราวหน้ากระจกเงาบานใหญ่คงได้ละ ไว้กลับมาดูการติดตั้งกระจกเงากันนะคะ








วันศุกร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ติดตั้งกระจกนิรภัยกั้นส่วนเปียกส่วนแห้งในห้องน้ำ


เดี๋ยวนี้ ห้องน้ำ สมัยใหม่มีการแบ่งโซนห้องน้ำเป็น 2 ส่วนด้วยกันนะคะ นั่นก็คือ ส่วนเปียกที่ใช้อาบน้ำ และส่วนแห้งที่ใช้สำหรับวางโถสุขภัณฑ์,อ่างล้างหน้า ซึ่งการแบ่งโซนแบบนี้ ทำให้เวลาทำความสะอาด ขัดถูใช้เวลาน้อยลง อีกทั้งการแบ่งโซนแบบนี้ปลอดภัยต่อการใช้งานด้วย เพราะห้องน้ำไม่ได้เปียกเจิ่งนองไปซะทั้งหมด โอกาสลื่นล้มหรืออะไรก็น้อยลง

ห้องน้ำทุกห้องในบ้านใหม่แอดก็ทำแบบนี้เหมือนกันค่ะ ซึ่งระหว่างโซนเปียกกับโซนแห้งนั้น ก็มีแผงปูนกรุกระเบื้องกันน้ำกระเซ็นไว้ทั้งหมด มีแต่ห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ชั้น 2 นี่แหละ ที่ดันเห็นดีเห็นงามไปกับสถาปนิก ว่าควรใช้เป็นกระจกแทนแผงปูนกรุกระเบื้อง เพราะจะให้ลุคห้องน้ำที่สวยงามทันสมัยไปอีกแบบ

จริงๆ จะว่าไป แอดว่าแอดหาเรื่องใส่ตัวนะ 555+ ถ้าทำแผงปูนขึ้นมาป่านนี้จบไปละ นี่อะไร ยังต้องไปตระเวนหากระจกนิรภัยมาติดอีก แถมไอ้กระจกนี่พอใช้ไปนานๆ หลายๆ บ้านก็จะบ่นว่าทำความสะอาดยาก คราบสบู่เอย คราบหินปูนจากน้ำเอย เกาะกันสะพรึ่บสะพรั่บเต็มไปหมด มันจะสวยก็แต่ทีแรกๆ เท่านั้น ต่อไปก็เตรียมตัวมือหงิกเรื่องทำความสะอาดไว้เลย ความสวยมันไม่จีรังแน่นวลลลล...

แต่ทำไงได้ หลวมตัวไปแย้วนี่ ก็ต้องเดินหน้าต่อไปล่ะนะคะ งานนี้หันไปซบอก SCG solution สาขาพิษณุโลกอีกตามเคยค่ะ ที่นั่นเค้ามีดิวกับบริษัทที่รับตัดและติดตั้งกระจกนิรภัย i-spa ด้วย ซึ่งโชคดีที่เซลล์สามารถเข้ามาวัดหน้างานจริงได้เลย แต่การสั่งตัดกระจกให้เหมาะกับพื้นที่นั้น จะต้องสั่งกระจกแล้วรออีก 30 วัน ช่างจึงจะเข้ามาติดตั้งให้

สำหรับห้องน้ำแอด แอดสั่งกระจกขนาด 70*205 ซม. ความหนา 10 มม. ไปค่ะ เป็นกระจกบานเปลือยแบบฟิกซ์ มีตัวจับสแตนเลดรูปตัวยูเป็นตัวยึดกระจกกับพื้นและผนัง สั่งแล้วก็ร้องเพลงรอไป 30 วัน พอวันที่ 35 ช่างก็เข้ามาติดตั้งให้ (อย่าถามว่าหายไปไหน 5 วัน มันเป็นวิถีของช่าง 555+)

อ่ะ มาดูการติดตั้งกระจกนิรภัย หรือที่เรียกว่ากระจกลามิเนตในห้องน้ำใหญ่กันนะคะ


 หน้าตาของบรรจุภัณฑ์ เป็นกล่องกระดาษ มีไม้ตีดโครงเพื่อความแข็งแรงปลอดภัยด้านนอกอีกทีนึง


ช่างมาด้วยกันแค่ 2 คน ซึ่ง 1 ใน 2 ก็รู้จักแอดนะ เพราะก่อนหน้านั้น ช่างเค้าทำงานกับร้านขายวัสดุก่อสร้างในตัวเมือง ซึ่งแอดไปใช้บริการออกแบบห้องน้ำ+ซื้อกระเบื้องอยู่


มุมกระจกทั้ง 4 มุม มีตัวพลาสติกกันกระแทกแบบนี้นะคะ เป็นพลาสติกบางๆ ธรรมดานี่ล่ะค่ะ คงช่วยอะไรไม่ได้มากหรอก แต่อย่างน้อยมันก็มีผลทางใจนะ 555+ (แอบอุ่นใจขึ้นอีก 0.0005 %)


ข้อดีของกระจกนิรภัย ก็คือกระจกแบบนี้เวลาแตก มันจะแตกเป็นเม็ดข้าวโพดเหมือนกระจกหน้ารถยนต์อ่ะ ทำให้ไม่เกิดอันตรายต่อคนที่อยู่ใกล้ๆ หรือคนที่ทำกระจกแตก


กระจกนิรภัยหรือที่เราเรียกว่ากระจกเทมเปอร์ เป็นกระจกคนละแบบกับกระจกลามิเนตเน้อ กระจกลามิเนตคือกระจกที่มีการติดฟิล์มไว้ตรงกลางระหว่างกระจกเทมเปอร์ 2 บาน เมื่อกระจกแตก กระจกจะไม่ร่วงลงมา แต่จะเกาะตัวติดกับฟิล์ม ลักษณะคล้ายใยแมงมุม เนี่ย...เธ้อออ.....ปลอดภัยกว่ากระจกเทมเปอร์ธรรมดาไปอีก..... แต่แน่นอนว่าราคาก็สูงกว่ากระจกเทมเปอร์ธรรมดา


ช่างทำงานกันเร็วมากฮ่ะ ระหว่างนั้นอิ่เจ๊ก็คุยไปเรื่อยๆ อย่างเช่น วิธีการรักษากระจกให้ใสไปนานๆ หาดูจากในเน็ต เค้าบอกว่าให้ใช้น้ำยาเคลือบแบบเดียวกับที่เคลือบกระจกหน้ารถ เวลาฝนตกแล้วน้ำจะไม่เกาะผิวกระจก วิธีนี้จะช่วยลดคราบหินปูนสะสมบนผิวกระจกได้อีกทางหนึ่ง แต่เคลือบแล้วไม่ใช่จะอยู่ยงคงกระพันนะคะ ต้องเคลือบเป็นระยะๆ สักเดือนละครั้งก็ยังดี ที่สำคัญ อาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว เอาน้ำฝักบัวฉีดๆ กระจกล้างพวกคราบสบู่ยาสระผม แล้วใช้ผ้านุ่มๆ เช็ดให้แห้งด้วยก็จะดีมาก


ตัวจับกระจกรูปตัวยู ติดบนพื้น 2 ตัว บนผนังด้านข้างอีก 2 ตัว เห็นว่าเป็นสแตนเลดเกรด 304 เด้อ...สนิมไม่ค่อยแหล่ก แต่คุณขา อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ ไปนอนโรงแรมราคาหลายๆ พัน บางทีก็แอบเห็นไอ้ตัวหนีบแบบนี้ด่างๆ ดวงๆ ก็มี...ช่างบอกว่า คุณพี่อย่าเอาน้ำยาล้างห้องน้ำไปล้างนะครับ มันกัดผิวสแตนเลดด่างๆ ดวงๆ สนิมกินได้ง่ายๆ เลย


มีตัวจับกระจกมาด้วย แหม...อยากยืมไว้สัก 5-6 วัน รอกระจกเงาบานใหญ่ที่เก๊าสั่งตัดมา >0</


เอ้า..ฮึ้บ...ตั้งเข้าที่ฮ่ะ งานไวมาก ช่างเค้าชำนาญอ่ะเนอะ วันนึงให้ติด 14 บานก็น่าจะทัน


ติดตั้งบานแน่นหนาดีแล้ว ก็ยิงซิลิโคนใสฮ่ะ


จากนั้นก็เช็ดกระจกให้เงาแว้บเรียบร้อย เป็นอันเสร็จพิธี


แท้แดรรรร...เสร็จแล้ว อิอิ แลดูดีขึ้นมาทันที เสพความสวยตอนนี้ไปก่อนเนอะ อีก 6 เดือนเป็นขี้เป็ดกว่านี้ค่อยว่ากัน  ตอนหน้าไปดูเรื่องม่านกันบ้างนะคะ แล้วกลับมาพบกันได้ใหม่ครั้งหน้าค่ะ