รีวิวการสร้างบ้านใหม่ ตั้งแต่ต้นจนจบ

วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

บานประตูไม้แท้ภายในบ้าน


ปัจจุบันนี้ประตูบานเปิด-ปิดในบ้านของเรามีให้เลือกใช้หลายรูปแบบด้วยกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็นประตูที่ทำจากวัสดุจากธรรมชาติ อย่างเช่นพวกบานไม้ บานไม้อัด หรือประตูที่ทำจากวัสดุสังเคาะห์,วัสดุสมัยใหม่ อย่างเช่นบานประตูกระจกกรอบอลูมิเนียม,บานประตู MDF หรือแม้แต่บานประตูชนิดผสมเช่น กรอบไม้จากธรรมชาติแต่มีกระจกฝังเป็นช่องแสงเป็นต้น

หากแบ่งตามวัสดุของบานประตู ในบ้านใหม่ของแอดมินก็มีบานประตูสองชนิดด้วยกัน นั่นก็คือ บานประตูกระจกกรอบอลูมิเนียม (ทั้งบานเปิด,บานเลื่อน) และบานประตูจากไม้แท้ ซึ่งไอ้ชนิดแรกนั้น ชิวๆ ฮ่ะ เพราะถึงอย่างไรมันก็ขยุกขยิกอะไรไม่ได้มากอยู่แล้ว เป็นไปตาม BOQ ที่ทางสถาปนิกเค้าระบุมา แต่ไอ้บานประตูไม้แท้อย่างหลังนี่สิ ที่เป็นปัญหาน่าปวดหัวอยู่

ทำไมถึงปวดหัว ?? ที่ปวดหัวเพราะบานประตูไม้มีให้เลือกมากมายเสียเหลือเกิน นอกจากจะต้องเลือกแบบของบานประตูให้ถูกใจ (และถูกเงิน) แล้ว ยังต้องเลือกไม้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในการใช้งานอีกด้วย


ที่ว่าเหมาะสมสำหรับการใช้งานก็คือ ไม้ที่นำมาทำเป็นบานประตู จะต้องเป็นไม้ที่เหมาะสำหรับใช้ติดตั้งในจุดนั้นๆ ค่ะ อาทิเช่น หากเป็นบานประตูห้องหับภายใน ก็ต้องเป็นไม้ที่สวย ไม่เชิญชวนปลวก แต่หากเป็นบานประตูที่ใช้ภายนอก หรือมีแนวโน้มที่ต้องรับสภาพอากาศนอกบ้าน อาทิเช่นประตูทางเข้าบ้าน,ประตูห้องครัวหลังบ้าน ก็ต้องเป็นไม้แท้ที่ต้องทนแดดทนฝนพอสมควรด้วย

ตัวบ้านใหม่ของแอดมินมีประตูไม้แท้ภายในอยู่หลายจุดค่ะ นั่นก็คือ ประตูห้องนอน,ประตูห้องน้ำ และประตูห้องเก็บของ ส่วนประตูที่ต้องรับสภาพอากาศภายนอกด้วยนั้นก็มีเพียงประตูครัวข้างบ้านเท่านั้น แต่จะเลือกไม้อะไรล่ะ ที่ทนทานลายสวยงาม ราคาไม่แพงมากนักและปลอดจากปลวก

สำหรับไม้แท้ที่นิยมนำมาทำบานประตูนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นไม้เนื้อแข็งปานกลางค่ะ ได้แก่ พวก ไม้สัก ไม้ตะแบก ไม้เต็ง และไม้เบญจพรรณ ส่วน ไม้แดงและไม้มะค่านั้น เป็นไม้เนื้อแข็งที่มีน้ำหนักมาก จึงไม่ค่อยนิยมนำมาทำประตูนัก (แต่ก็ยังเห็นมีนำมาทำอยู่บ้างนะคะ)


ข้อดีของการนำไม้แท้มาทำบานประตู อย่างแรกก็คือ เราจะได้ความคงทนแข็งแรง และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าวัสดุอื่นบางประเภทค่ะ เนื่องจากไม้แท้มีคุณสมบัติในการทนแดดและฝนได้ดี เรียกว่าอายุการใช้งานยาวนานกว่า 15 ปีเลยทีเดียว ส่วนจะเลือกไม้แท้ชนิดไหนมาทำบานประตูนั้น แอดมินมีข้อดี-ข้อด้อยคร่าวๆ ของไม้แต่ละชนิดมาฝากกันดังนี้นะคะ


ไม้สัก--ไม้สักนั้นมีข้อดีคือลายไม้สวย แข็งแรง คงทน อายุการใช้งานยาวนานมากกว่า 15 ปีขึ้นไป ทนแดด ทนฝน สามารถติดตั้งได้ทั้งภายในและภายนอก แต่ข้อเสียก็คือ มีราคาที่แพงกว่าไม้ชนิดอื่น


ไม้ตะแบก ไม้เต็ง ไม้เบจพรรณ --- ถึงแม้ไม่ทั้งสามชนิดนี้จะเป็นไม้เนื้อแข็งเช่นกัน แต่ก็มีคุณสมบัติที่ด้อยกว่าไม้สักตรงที่มักเกิดการพองตัว บิดงอ และโก่ง เมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ดังนั้นแม้จะราคาถูกกว่าบานประตูไม้สัก แต่ก็จะมีอายุการใช้งานที่สั้นกว่า คือเพียง 3-5 ปีเท่านั้น อีกทั้งยังไม่เหมาะสำหรับการนำไปใช้ติดตั้งภายนอก หรือในบริเวณที่โดนแดดโดนฝน เนื่องจากจะทำให้บานไม้มีปัญหาอย่างที่กล่าวมาแล้วข้างต้น

ในตอนหน้าเราจะมาดูบานประตูที่ทำจากวัสดุชนิดอื่นกันบ้างนะคะ











วันอาทิตย์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ปูพื้นแกรนิตโต้เสร็จเรียบร้อยแล้ว


ก่อนจะไปดูเรื่องของการเลือกบานประตูไม้ภายในบ้าน ขอส่งงานกระเบื้องแกรนิตโต้ที่ปูเสร็จเรียบร้อยให้ชมก่อนค่ะ ภาพอาจจะแลดูยังไม่สะอาดสะอ้านนะคะ เพราะช่างยังเดินไปเดินมาอยู่เลย T^T ทั้งดินทั้งทราย ทั้งปูน ทั้งเศษกระดาษ เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ยังกองอยู่ระเกะระกะเต็มไปหมด พื้นจะเป็นรอยมั้ยเนี่ย...เอาเป็นว่าเก็บภาพทั่วไปมาฝากแบบคร่าวๆ ก่อนละกันเนอะ เผื่อเพื่อนๆ คนไหนกำลังนึกอยากจะปูแกรนิตโต้สีขาวที่บ้านบ้าง จะได้มองภาพรวมๆ ออก


ภาพบนนี่ขึ้นไปยืนถ่ายลงมาจากบันไดค่ะ จะเห็นได้ว่าพอยาแนวพื้นกระเบื้องแล้ว มันกลืนกันดีแฮะ คือมองแทบไม่เห็นรอยต่อ เห็นส่วนที่เป็นหลุมสี่เหลี่ยมที่เป็นดินนั่นมั้ยคะ ส่วนนั้นเป็นส่วนที่จะปลูกต้นไม้ค่ะ คือเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในบ้าน พอรวมกับพื้นสีขาวแล้ว ก็จะแลดูสดชื่นขึ้นไปอีกหน่อย


อันนี้คือมองจากประตูห้องพักผ่อนชั้นล่างออกไปทาง living room ค่ะ ชอบใจตรงที่ทุกอย่างแลดูโปร่ง โล่งไปหมด นี่กำลังลังเลอยู่ว่า คิ้วบัวเชิงผนังจะใช้วัสดุประเภทไหนและสีอะไรดี


ภาพจากห้องนอนใหญ่ชั้นบน หน้าต่างแบบผลักแบบนี้ดักลมดีนักแล สถาปนิกจงใจเปิดบานผลักไปคนละด้าน เพื่อดักลมได้ทั้งสองทาง ในบ้านเย็นดีมาก (มากจนง่วง 555) มิน่า..ตอนขอใส่พัดลมเพดานในห้องสักตัว สถาปนิกถึงบอกว่า "ไม่ต้องใช้หรอกค่ะพี่แหม่ม"


จากใต้บันไดมองย้อนขึ้นไปชั้นบน จริงๆ ขัดใจเรื่องสีดำด้านของโครงบันดกับพวกราวกั้นอยู่เล็กๆ เนื่องจากเวลาคนมือเปื้อนๆ ไปจับเข้า มันสกปรกง่ายอ่ะ นึกอยากจะเสริมราวกั้นกับราวบันไดด้วยไม้แท้ แต่เดี๋ยวดูความเป็นไปได้ก่อน ให้เสร็จก่อนแล้วค่อยดูอีกที


แผงที่มีรูปลั๊กอยู่นั่น ตั้งใจจะเป็นเคาเตอร์ที่วางทีวีค่ะ 


อ่าาาา..สบายไป เขียนน้อยๆ ได้อู้ไปอีกหนึ่งตอน 555+ ในตอนหน้าของบล็อกมาดูเรื่องการเลือกประตูภายนอกและภายในบ้านกันบ้างนะคะ แล้วกลับมาพบกันได้ใหม่ในครั้งหน้าค่ะ


วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

เปลี่ยนกระเบื้อง เรื่องไม่ใหญ่


คงต้องบอกว่า งานนี้มีทุบ ค่ะ..

เมื่อแลดูแล้วกระเบื้องปูพื้นที่เลือกมา ไม่ได้ทั้งคุณภาพแถ้มมมม....ยังทำให้บ้านแลดูจืดสนิท งานนี้ก็เลยต้องขอแรงช่างให้ทำการทุบกระเบื้องที่ทำการปูไปแล้ว เศษ 1 ส่วนสี่ของบ้านออกค่ะ >0</ จากนั้นก็บากหน้ากลับไปหาน้องพนักงานขายกระเบื้องที่ร้านเดิม ผลปรากฎว่าน้องเค้าก็ดี๊ดีนะฮะ..ยอมให้เปลี่ยนกระเบื้องได้ มีข้อแม้ว่าต้องเปลี่ยนแบบ "ของต่อของ" เท่านั้น คือต้องคืนกระเบื้องเฉพาะที่ยังเต็มกล่องและเปลี่ยนรุ่น,สี กระเบื้องได้ให้เท่ากับจำนวนเงินของของที่คืน สุดท้ายก็เลยได้กระเบื้องสี "ขาว" มาอีก (มันไม่มีสีอื่นที่น่าเลือกเลยฮ่ะ งานนี้จะบอกว่าเป็นไฟท์บังคับก็ว่าได้) แต่ขาวคราวนี้เป็นขาวครีมของ cotto นะเออ เอ้า..ก็ด่ะ ยังไงก็ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรซะเลย จนป่านนี้ล้าววว...สีอะไรก็(คง)ได้ทั้งนั้น

ทุบไปแย้ววว.....เก็บภาพตอนปูกระเบื้องสีขาวครีมเกรดเอ ของ cotto แทนกระเบื้องเวียดนามเกรดบีให้ดูก็ละกันนะคะ


ลงมือปูกระเบื้องป๊าบบบ....ช่างกระเบื้องยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เลยค่ะ บอกว่า "อันนี้สวยละครับ" 555+ แน่ล่ะสิ กระเบื้องมันปูง่ายกว่าเดิมนี่ ต้องยอมรับว่ากระเบื้องของ cotto แต่ละแผ่นค่อนข้างได้มาตรฐาน ไม่บิดไม่เบี้ยว ไม่โก่งไม่งอแต่อย่างใด เรียกว่าราคามักมาพร้อมกับมาตรฐาน ว่างั้นเหอะ


สีขาวเงาแว้บแบบนี้ฮ่ะ จริงๆ แอบขัดใจอิ่ตรงมันเงาแว้บนั่นล่ะ เราค่อนข้างเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของแม่นะ กลัวลื่น กลัวล้ม แต่ทำไงได้ รุ่นอื่นสีอื่นก็มีน้อย แถมพนักงานยังไซโคอีกว่า รุ่นที่หน้าไม่มันวาว จะมีปัญหาเรื่องสิ่งสกปรกฝังได้ง่ายกว่า เป็นรอยได้ง่ายกว่า กวาดถูแล้วสะอาดน้อยกว่า ยิ่งถ้าน้ำหก กาแฟหกนี่ ตัวดีเลย ซึมลงไปในเนื้อกระเบื้องกลายเป็นคราบฝังแน่นได้ง่ายกว่าหน้ามันวาวอย่างเห็นได้ชัด


ด้วยความมันวาวของมัน ทำให้บ้านแลดูหรูหราขึ้นเล็กน้อย (เหรอออ ???) ห่างไกลจากคำว่า สถานีอนามัยไปสองกิโลเจ็ด ลึกๆ ใจจริงอยากได้อารมณ์ไม้นะ ในหัวยังมีภาพของพื้นไม้หรือแกรนิตโต้ลายไม้อยู่เลย แต่ทำไงได้ อยู่ไกลปืนเที่ยงขนาดนี้ ก็ทำได้แค่นั้นแหละเนาะ (ในอนาคตถ้าเบื่อพื้นสีขาว อาจปูพวกลามิเนตทับได้ เพราะพื้นแกรนิตโต้เรียบและได้ระดับอยู่แล้ว แต่ก็นั่นล่ะ คงเป็นอนาคตที่ยาวๆ พอสมควร ใช้ให้คุ้มก่อน)


มองจากบันไดลงมาค่ะ ที่เห็นเป็นส้นๆ นั่นคือยังไม่ได้ยาแนวกระเบื้องนะคะ พออุดยาแนวลงไปก็จะกลืนๆ พื้นแลดูเป็นผืนเดียวกันเหมือนมุมขวาล่าง ร่องยาแนวของแกรนิตโต้ขอบตัดนี่ไม่กว้างเท่าไหร่ค่ะ ถ้าหมั่นปัดกวาดเช็ดถูประจำ พวกฝุ่นและคราบสกปรกต่างๆ น่าจะไม่ลงไปอยู่ตามร่องมากนัก


ภาพนี้มองย้อนกลับจากส่วนของ family room ชั้นสอง ไปทางห้องนอนใหญ่ชั้นบนค่ะ พยายามนึกว่าประตูที่เหมาะสำหรับบ้านหลังนี้มันจะเป็นแบบไหนหนอ ที่แน่ๆ คงไม่ใช้ประตูที่มีการแกะสลักวิจิตรบรรจงอะไรนักหรอก อยากได้แบบเรียบๆ สีไม้ธรรมชาติ เพราะอยากให้บ้านแลดู "อุ่น" ขึ้นมามั่ง


ภาพบนนี่เป็นบริเวณโถงบันไดกลางบ้านค่ะ สีขาวหมดทั้งหลังเลย ยกเว้นส่วนครัวที่กระเบื้องพื้นเป็นลายทรายๆ สีออกน้ำตาลอ่อน


แลดูโอ่โถงดีเนอะ เห็นเคาเตอร์ด้านหลังนั่นมั้ยคะ ตรงนั้นสเป็คก็คือจะเป็นเคาเตอร์กรุหินอ่อนค่ะ ส่วนบริเวณด้านหน้าของตัวเคาเตอร์ สถาปนิกร้องขอให้กรุไม้บิ้วอินเพื่อให้ล้อกับช่วงไม้บันได เอ้า..ว่าไงว่าตามกัน

บล็อกตอนหน้าเราไปตามหาประตูไม้ที่จะนำมาใช้ในบ้านกันนะคะ




วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

นี่บ้านหรือสถานีอนามัย ตอบ !!


กว่าจะแก้ปัญหาเรื่องกระเบื้องที่เลือก "พลาด" ได้ ก็เล่นเอาท้อใจซะหลายวัน มาค่ะ..วันนี้รวบรวมสติได้ละ 555 คือ..เรื่องมันเกิดขึ้นแล้วเนอะ ก็แก้ไขไปเท่าที่จะทำได้ก็ละกัน

เรื่องของเรื่องก็คือ จริงๆ ก็เลือกพวกวัสดุปูพื้นไว้สักพักแล้วค่ะ เปลี่ยนแปลงจากของเดิมที่ชั้นบนปูพื้นด้วยลามิเนตอารมณ์ไม้ ด้วยข้อด้อยและข้อจำกัดของมันหลายประการ มาเป็นพื้นแกรนิตโต้ หรือที่เราเรียกกันติดปาก ว่ากระเบื้องแกรนิตโต้นั่นแหละ (เอ้ยยย...แต่จริงๆ มันคนละชนิดกันนะตะเอง)

แต่เดิมก็คิดว่าจะลงตัวด้วยสีและลายที่ โกเบิลเฮ้าส์ ค่ะ ผลปรากฎว่า พอเวลากระชั้นชิด ใกล้จะได้ใช้เข้าจริงๆ พนักงานดันแจ้งว่า ทั้งสีและลายทั้งหลายแหล่ที่เล็งไว้นั้น เลิกผลิตไป 4 ปีละค่ะ !! 4 ปี ..กับแผงโชว์กระเบื้องก็ไม่มีการเก็บออกหรือติดป้ายแจ้งลูกค้าแม้แต่อย่างใด..เจริญฟาร์มาซีกันล่ะท่าน สุดท้ายเมื่อไฟท์ไม่ได้จริงๆ ก็ต้องเลาะๆ ไปตามร้านรวงต่างๆ ที่มีกระเบื้องขายในพิษณุโลกแทน ไม่ว่าจะเป็น โฮมโปร,เสาเอก,ปีนัง,SCG และทุกที่ที่เอ่ยมา ก็มีกระเบื้องนับลายได้ (คงสั่งวนกันไปเวียนกันมาแต่ไอ้ลายเดิมๆ สินะ) T^T แถมเป็นลายที่อิชั้นไม่เคยนึกอยากจะเหลือบตาแลเลยสักนิด แต่ทำไงได้ล่ะ ในเมื่อมันจวนตัวจำเป็นต้องใช้ ลายอะไรก็เอามาเหอะ.....

รวบยอดมาเลยละกัน เกิน 7 บรรทัดไปนานแล้ว แหะๆ สรุปว่า ขนาดลากคุณสถาปนิกไปช่วยเลือก ก็ยังได้แค่ แกรนิตโต้ สีขาวเนื้อกึ่งเงากึ่งด้าน ยี่ห้อ xxx มาฮ่ะ สนนราคา ก็ถู้กกก...ถูก ถูกจนน่าใจหาย ตรม.ละแค่ 290 บาทเท่านั้นเอง ถามแว่....นี่ราคากระเบื้องหรือราคาแตงโมแถวบ้านคะ? ราคาเยี่ยงนี้นี่แผ่นจะบิดเบี้ยวมากน้อยแค่ไหนกันล่ะน่ะ?? (สาบานได้ว่าตอนนั้นไม่ได้คิดเรื่องราคาจริงๆ ฮ่ะ ได้แต่ย้ำกับพนักงานขายว่า ยี่ห้อนี้ เกรดนี้ มันโอเคแน่รึ แผ่นกระเบื้องจะไม่มีปัญหาแน่นะ ซึ่งคำตอบก็คือ..ดีค่ะคุณพี่ ไม่มีปัญหาใด ๆ เลย ปูได้ทุกแผ่นเลยค่ะ น้องคนขายเค้าว่าอย่างนั้น)

อ่ะ ไม่พูดพร่ำทำเพลง มาดูภาพหน้างานของกระเบื้องชุด "พลาด" ที่เก็บมาฝากกันนะคะ T^T



แกะออกมาจากกล่อง แลดูดีนะ ผิวเนียนใช้ได้..ยี่ห้อไรอย่าถามเลยยยย เดี๋ยว จข.โรงงานเค้าจะมาแพ่นหัวกะบาลอิช้้นเอา *@#% ....\ (>0<


ช่างก็แลดูจะอึ้งๆ ตอนเห็นกระเบื้องค่ะ แต่เมื่อเจ้าของบ้านเลือกแล้ว มีหน้าที่ปูก็ปูไป....คงคิดงี้


ปูกระเบื้องแกรนิตโต้ต้องปูแบบแห้งและปูแบบปูนเต็มแผ่นนะคะ คือผสมปูนกับทรายและน้ำให้ได้สัดส่วน เนื้อปูนจะมีลักษณะร่วนซุยๆ แบบนี้ล่ะ เทปูนรองพื้นที่ผสมแล้วนี้ลงไป เพื่อปรับระดับกระเบื้องให้ได้ตามต้องการเสียก่อน จากนั้นเทปูนเหลวทับหน้าลงไปให้ทั่ว แล้วค่อยวางแผ่น เคาะ ๆ ๆ ๆ ให้ได้ระดับที่ปรับไว้ พยายามต่อแผ่นหรือต่อลายกระเบื้องให้ได้พื้นที่มีระนาบเสมอกัน (วิธีนี้ไม่ใช่สูตรสำเร็จนะคะ บางช่างอาจจะมีวิธีปูที่ต่างไปจากนี้ แต่ทุกวิธีก็ควรปูให้ปูนด้านล่างเต็มแผ่นค่ะ ไม่ใช้วิธีปูแบบโปะเป็นก้อนๆ อย่างที่เราเรียกกันว่า การปูแบบซาละเปาเหมือนสมัยก่อน)


วินาทีแรกที่ช่างแปะกระเบื้องแผ่นแรกลงไปฮ่ะ แปะปั๊บ...หัวใจอิชั้นตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่มปุ๊บ..เฮ้ยยยย....นี่มันไม่เหมือนที่คิดไว้เลยนี่นา


แลดูยากเย็น  ช่างพยายามวางให้ได้องศาฮ่ะ หน้าตาแลดูไม่ค่อยสบายนัก เพิ่งรู้ทีหลังว่ากว่าจะวางได้แต่ละแผ่นเล่นเอาเหงื่อตก เพราะกระเบื้องล็อตนี้ ทั้งบิดทั้งโก่ง ทั้งเบี้ยวทั้งแอ่น ครบสุตรกันเลยทีเดียว


ปูไปบ่นพึมพำไป  พลาดไปแล้ววววว บ่นได้ แต่อย่าด่าแรง  T^T


เงยหน้าขึ้นดูภาพรวมบ้างค่ะ ปูแค่สองแถวก็พอรู้แล้วมั๊ง ว่ามัน "จืดสนิท" ด้วยความที่ผนังออกสีขาวอมเทานิดๆ ตัวกระเบื้องเป็นขาวขุ่นเนื้อไม่เงา เห็นแล้วพาลนึกถึง สถานีอนามัยสมัยก่อนยังไงยังงั้น


อิ่นี่ก็หน้าด้าน ยืนดูช่างปูไปเรื่อยๆ แบบน้ำท่วมปากค่ะ จะให้ช่างหยุดปูเดี๋ยวนั้นก็ใช่ที่ กระเบื้องก็ซื้อมาแล้ว หมดตังค์ไปเกือบ 7 หมื่น ซื้อมาครบทั้งบ้านเลยก็ว่าได้ ถ้าสั่งหยุดปูตอนนี้ จะให้เอาอิ่กระเบื้องนี่ไปทิ้งที่ไหน


ทำไงดีน้อ ฮือออ.. 


โคตรเจ็บใจตัวเองเลยค่ะ...เกลียดมัน..แอร่กกกก..

พยายามจะหลอกตัวเองว่า ช่างมันเหอะ ปูเสร็จแล้วยาแนวแล้วก็คงไม่ได้เลวร้ายมากกระมัง เดี๋ยวใช้สีเฟอร์นิเจอร์ช่วยเอา ผลปรากฎว่าไม่ทันข้ามวันค่ะ หนีไปทำงานมาพักนึงแล้วย้อนกลับมาดูหน้างาน ทันช่างกระเบื้องก่อนกลับบ้านพอดี ท่าทางช่างจะคิดมากมาตลอดทั้งวันละ พอเห็นหน้าอิชั้นก็เลยรีบบอก

"คุณแหม่มครับ กระเบื้องชุดนี้มันแย่จริงๆ ผมพยายามหมุนกระเบื้องช่วยแล้ว แต่แผ่นมันก็ยังกระเดิด บิดไปเบี้ยวมาอยู่ดี คุณแหม่มขึ้นไปดูสิครับ"

เดี๋ยวมาเล่าต่อนะคะ ยาวเกิ้นนน 5555
















วันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

งานพลาดเราก็มา


เพื่อนๆ บล้อกบ้านใหม่ของฉัน เคยรู้สึกว่า  ตัดสินใจอะไรผิดพลาด แล้วรู้ตัว แว้บบบ..ขึ้นมาภายใน 24 ชม.มั้ยคะ

นั่นล่ะค่ะ ความรุ้สึกของแอดมินตอนที่เห็นช่างเริ่มปูกระเบื้องพื้นชั้นสองเมื่อวานนี้ T^T

จริงๆ แล้วผู้รับเหมาให้เวลาแอดมินตัดสินใจเรื่องวัสดุปูพื้นชั้นสองและชั้นหนึ่งมานานมากแล้วค่ะ แอดมินก็ลังเลอยู่นั่นแหละ ว่าจะเลือกใช้วัสดุชนิดไหนดี ตามแบบแปลนแล้ว ชั้นบนจะปูด้วยลามิเนต ส่วนชั้นล่างก็จะเป็นแกรนิตโต้ ซึ่งเป็น เบสิค แมททีเรียลลลล ของบ้านสมัยนี้อยู่แล้ว

ข้อดีของลามิเนตก็คือ เนื่องจากมันเป็นลายไม้ ก็เลยทำให้บ้านแลดูอบอุ่นกว่า นุ่มเท้ากว่า ไม่เย็นเท้าเหมือนกระเบื้อง ไม่มีร่องยาแนวให้ฝุ่นลงไปกอง แต่ข้อเสียคือมันไม่ทนมือทนติงทนน้ำสักเท่าไหร่ คือ..ปู ๆ ไป อีกสัก 5 ปี น่าจะมีซ่อม สุดท้าย หวยก็ลงมากองที่ แกรนิตโต้ทั้งสองชั้น ซึ่งเดิมทีเดียวอิชั้นก็เลือกกระเบื้องลายไม้ไว้แล้วนะ พอเอาตัวอย่างมาให้ช่างดู ช่างติงว่า แผ่นมันเล็ก โก่ง เวลาปูมันจะไม่เรียบนะคุณแหม่ม สุดท้ายก็เปลี่ยนใจซะงั้น..


รางวัลแห่งความช้ำใจมันมากออกที่ แกรนิตโต้สีขาวแบบเรียบและไม่เงาแว้บขนาด 60*60 ค่ะ ตอนรูดการ์ดจ่ายค่ากระเบื้องมันก็แลดูดี ตัดสินใจได้ละ (นี่ขนาดลากเอาสถาปนิกคนสวยคู่ใจให้ไปช่วยเลือกด้วยนะ) แต่พอเอามากองหน้างาน ความรู้สึกแว่บแรก เหมือน เราพลาดว่ะ !! พลาดแบบที่ยังไม่ต้องเอากระเบื้องมาลองปูก็พอรู้สึกได้


แต่ทำไงได้อ่ะคะ..ซื้อมาแล้วนี่ สนนราคาหมดกองนั่นก็ หกหมื่นกว่า ถ้าไม่เอามาปูแล้วจะเอาไปถมทะเลตรงไหน T^T สรุป..ปูก็ปูฮ่ะ พอช่างวางกระเบื้องแผ่นแรกลงไปเท่านั้นแหละ....แกร๊......โยนกระเบื้องทิ้งไปบัดเดี๋ยวนี้ !!!!!.....

มันไม่สวย..
มันจืด..
มันทำให้บ้านเชย..
มันไม่มีมิติ..

มาพร้อมเลยค่ะ.. (ยักล้องไห้.......)

แกร๊...มันพลาดดดดดดด......

จิตตกถึงขนาดเคาะหาสถาปนิกรัวๆ...






เดี๋ยวเข้าหน้างานจะเก็บภาพมาฝากนะคะ ขอไปต้มใบบัวบกดื่มย้อมใจก่อน....ฮือออออออ