รีวิวการสร้างบ้านใหม่ ตั้งแต่ต้นจนจบ

วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560

เริ่มงานเฟอร์นิเจอร์บิ้วอินในบ้าน


ห่างหายจากการอัพบล็อกไปหลายเดือน 555 จข.บล็อก ยังอยู่ดีนะคะ เพียงแต่ช่วงนี้มีงานชุกไปหน่อย ประกอบกับความเชื่องช้าของตัวเองในการหาแบบและสั่งทำเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว บ้านก็เลยเหมือนถูกแช่ช่องฟรีซ จะเสร็จไม่เสร็จแหล่อยู่อย่างนั้นแหละ มาถึงเรื่องการตกแต่งบ้าน หา เฟอร์นิเจอร์ เข้าบ้านกันบ้างค่ะ เป็นธรรมดาอยู่เอง ที่ก่อนที่เราจะเข้าไปอยู่ในบ้าน มันก็จะต้องมีข้าวของเครื่องใช้ ฟงเฟอร์ อะไรให้มันครบ ๆ ซะก่อน ไม่ใช่หอบเสื่อผืนหมอนใบเข้าไปอยู่ในบ้าน >.< (จริงๆ ไม่ได้รังเกียจอะไร ก็ได้อยู่นะ 555+) บ้านหลังนี้ อิชั้นตั้งใจแต่แรกแล้วว่าจะใช้ เฟอร์นิเจอร์บิ้วอิน ให้น้อยที่สุด เนื่องจากมีอคตินิดหน่อยกับพวกเฟอร์ไม้อัดประเภทนี้ (ปลวกชอบ+เคลื่อนย้ายไม่ได้ แถมบางบ้านชอบมีการปุปะตีโป่งทั่วบ้านไปหมด) แต่ของบางอย่างมันก็ต้องมีข้อยกเว้นกันมั่งอ่ะเนอะตะเองงงง.... เพราะเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวก็ไม่ได้ตอบโจทย์ในเรื่องของ "ความพอดี" ของพื้นที่ไปซะทั้งหมด

ขอต๊ะเรื่อง เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว ไว้คุยกันทีหลังละกันเน้อ วันนี้จะมาเหลาให้ฟังเรื่อง เฟอร์นิเจอร์บิ้วอินกันก่อน หลายๆ ท่านที่สร้างบ้าน และจ้างพวกนักออกแบบตกแต่งภายในมาทำให้ คงเบาใจเรื่อง "ความเข้ากัน" ระหว่างสไตล์ของบ้าน รูปแบบของเฟอร์นิเจอร์ และความชื่นชอบของตัวเองน่ะนะคะ ทั้งนี้เพราะก่อนจะลงมือตกแต่งบ้านนั้น อินทีเรีย ได้ทำการคิดสรรให้หมดแล้ว แต่ก็นั่นล่ะ ความเบาใจนั้นมันมักมาพร้อมความเบาของกระเป๋าตังค์ด้วย (ฮ่วย) ซึ่งหลังจากพิจารณาความหนักความเบาของกระเป๋าแล้ว แต่งเองเถ้อออ...จะได้ไม่เป็นภาระแก่ลูกหลาน

พอตัดสินใจจะแต่งบ้านเอง ก็ต้องมาหากันก่อนค่ะ ว่าเราชอบบ้านแบบไหน เฟอร์สไตล์ไหน แล้วก็ค้นพบว่า ตัวเองชอบอะไรคลีนๆ น้อยๆ ย้อนยุคหน่อย ๆ โมเดิร์นนิดๆ สรุป ก็คงเป็นสไตล์ มิกซ์แอนด์แมทช์ นั่นล่ะ คงเป็นส่วนผสมระหว่าง ความ minimal+modern+mid century ล่ะกระมัง (แลดูเยอะ 555)

พอรู้ความต้องการตัวเองแล้ว ทีนี้ก็หาแบบค่ะ ด้วยความที่เราไม่ได้จ้างอินทีเรีย แหล่งหาตัวอย่างเฟอร์นิเจอร์ทั้งหลายแหล่ก็จะอยู่ตามหนังสือ หรือไม่ก็ในเน็ต แนะนำคนที่กำลังมองหาแบบตกแต่งบ้านสวยๆ ให้เข้าเว็ป pinterest ดูนะคะ แบบสวยๆ ตรึม เราก็ลองเลือกๆ ดู ว่าชอบแบบไหน ใช้คำคัดกรองดูก็ได้ ภาพที่เข้าไปดูจะได้ตรงกับความต้องการ แนะนำให้แยกโฟลเดอร์เก็บภาพที่ชอบไว้เป็นห้องๆ นะคะ อย่างเช่นที่บ้านเอง ตั้งใจจะบิ้วอิด้วยกันทั้งหมด 9 จุด ได้แก่ -ใต้เคาเตอร์ครัว -เคาเตอร์ living room -เคาเตอร์ family room -walk in closet นอนใหญ่ชั้น 2 -walk in closet พักผ่อนชั้น 1 -ใต้เคาเตอร์ห้องน้ำทั้ง 4 ห้อง -ตู้โชว์หลังเคาเตอร์ living room ขอบอกว่า อิชั้นเลือกแบบมาแบบวัดดวงทุกจุด 555+ พอเลือกแบบจนพอใจแล้ว ต่อไปก็หาช่างค่ะ ขั้นตอนการหาช่างนี่แลดูจะยากกว่าการหาแบบ โชคดีที่ช่วงก่อสร้างบ้านใหม่หลังนี้ มีช่างคนนึงที่เป็นคนทำไม้บรรไดให้ บอกอิชั้นตั้งแต่แรก ว่าเค้าทำงานเฟอร์นิเจอร์บิ้วอินได้ เคยทำมาก่อนที่กรุงเทพ ทำได้ทุกอย่าง เคยทำทั้งบ้านเดี่ยว โรงแรม รีสอร์ท ไอ้เรารึก็เห็นว่า ช่างคนนี้อายุยังไม่เยอะ ราคาคุยรึเปล่าวะ 555+ ก็ได้แต่เออออห่อหมกมาเรื่อยๆ ช่างก็มีความพยายามเนอะ ไปปริ้นรูปในมือถือมาให้ดู ว่าเคยถ่ายงานเก็บเอาไว้ด้วย เราก็เออ...เคยทำจริงวุ้ย แต่จะเก่งรึเปล่านี่อีกเรื่องนึง สรุป...พอได้แบบที่ถูกใจ ก็ขี้เกียจตระเวนหาช่างบิ้วอินพอดี 555 ก็เลยให้ช่างที่เสนอตัวลองมาวัดหน้างาน ตีราคา ซึ่งก็ทำแบบหลวมมากนะคะ เพราะปกติไม่ค่อยคุ้นเคยกับพวกวัสดุและราคาเฟอร์นิเจอร์บิ้วอินเท่าไหร่

ในตอนหน้าเรามาดูรายละเอียดงานเฟอร์ รวมถึงภาพบางส่วนของหน้างานบิ้วอินปัจจุบันกันนะคะ

วันศุกร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2560

เดินระบบรดน้ำต้นไม้+สปริงเกอร์ด้วยตัวเอง


แอดให้คนมาปลูกต้นไม้และปูสนามหญ้าหน้าบ้านหลังบ้านมาได้ 15 วันแล้วฮ่ะ แต่รู้สึกน้านนนน.....นาน นานเหมือนครึ่งปี เลยทีเดียว 555


ไม่ใช่อะไรหรอก ด้วยความที่ปกติแล้วตัวเองก็งานแยะเต็มไม้เต็มมืออยู่แล้ว พอมีสวนที่บ้านใหม่เป็นของตัวเอง แอดก็ต้องแบ่งเวลาส่วนหนึ่ง มายืนอ้อยอิ่งรดน้ำต้นไม้เกือบทุกวัน(ยกเว้นวันฝนตก) ใช้เวลาประมาณเกือบชั่วโมง กว่าจะลากสายยางรดน้ำต้นไม้ไปครบทุกจุด แถมตำแหน่งก๊อกสนามบ้านแอด ก็อยู่แค่บริเวณหน้าบ้านซ้ายขวา ไม่มีก๊อกสักตัวหลังบ้าน (แต่ดันมีต้นไม้และสนามหญ้าหลังบ้านอยู่หย่อมนึงด้วย--ใจคอคนปลูกต้นไม้ทำด้วยอะไร ?? )  ที่ทำได้ก็คือแอดต้องลากสายยางยาวยืดเป็นงูกินหางไปทั่วบ้าน ยุ่งยากและกินเวลาเกินไปกว่าคนสมาธิสั้นๆ แบบแอดจะทานทนได้

แล้วอะไรจะช่วยผ่อนแรงแอดได้บ้างล่ะ...พอเริ่มขี้เกียจ..คำถามนี้ก็วนเข้ามาในหัว คำคมจากที่ไหนก็ไม่รู้เค้าเคยเขียนเอาไว้ว่า จงใช้คนฉลาดแต่ขี้เกียจทำงานเถิด เพราะสุดท้ายแล้วเขาก็จะใช้ความฉลาดที่เขามีทำงานด้วยวิธีที่ "ง่ายที่สุด" และ "มีประสิทธิภาพ" ที่สุดให้งานนั้นสำเร็จลงจนได้

เอาเข้าจริงแอดก็ว่าแอดไม่ได้ฉลาดนะ แต่เรื่องขี้เกียจนี่ไม่เป็นสองรองใคร 555 เมื่อการลากสายยางไปทั่วบ้านมันยุ่งยาก ก็เดินท่อต่อสปริงเกอร์พ่วงด้วยตัวตั้งเวลาเปิดปิดน้ำแม่มม...มันซะเลย ถึงเวลาก็ไม่ต้องไปคอยกังวลว่าจะไม่มีคนรดน้ำต้นไม้ละ ได้เวลาปุ้บ น้ำพ่นรดน้ำต้นไม้ปั๊บ คือ...มันสบายอ่ะ แต่..ใครจะเป็นคนทำ ??!!

"เดินรบบท่อต่อสปริงเกอร์รดน้ำต้นไม้ ราคาไม่ถูกนะครับ ถ้าจ้างเค้าเอาก็หลายตังค์อยู่" คนจัดสวนคนนึงเคยกล่าวไว้

หลายตังค์นี่กี่บาท ?? 555 เอาเถอะ ถ้ามันแพง ลองหาวิธีทำเองดีมั้ย แอดว่าแอดก็พอจะทำนู่นทำนี่ได้แบบงูๆ ปลาๆ นะ ว่าแล้วก็ search หาวิธีเลยฮ่ะ ที่สุดก็เจอคำแนะนำในการเดินระบบท่อรดน้ำต้นไม้+สปริงเกอร์ด้วยตัวเองจนได้

เมื่อเจอวิธีแล้วพอมีเวลาว่างก็รี่ไปหาอุปกรณ์เลยฮ่ะ ซึ่งอุปกรณ์หลัก ๆ ก็มีไม่กี่อย่างเท่านั้น เช่น ท่อ PE,ข้อต่อ,ข้องอ,3ทาง,ตัวอุดน้ำ,ตัวล้อค แล้วก็พวกหัวสปริงเกอร์แบบต่างๆ

มือใหม่แบบแอดใช้วิธีซื้อมาแต่น้อยๆ ก่อนค่ะ คือสวนเล็กๆ บ้านแอดแบ่งออกเป็น 4 โซนด้วยกัน แอดก็ซื้ออุปกรณ์มาเฉพาะ 2 โซนแรกก่อน ไม่พอเดี๋ยวค่อยซื้อเพิ่มอีก

ส่วนแหล่งที่ซื้ออุปกรณ์พวกนี้ ก็สามารถซื้อได้ตามห้างขายอุปกรณ์ใหญ่ๆ ทั่วไปนะคะ เช่น พวกโฮมโปร,ไทวัสดุ แต่จากประสบการณ์สดๆ ร้อนๆ ที่ทำมา แอดแนะนำให้ไปซื้อที่ไทวัสดุเด้อ..ที่นั่นอุปกรณ์ต่างๆ ราคาถูกกว่าโฮมโปรตั้งครึ่งค่อน แถมมีให้เลือกเยอะกว่าด้วย

หลังจากได้อุปกรณ์ครบแล้ว แอดก็มาลองลงมือทำค่ะ ขอบอกว่ามันไม่ได้ยากเย็นอะไรนะ วิธีก็ง่ายๆ จุดเริ่มต้นก็เริ่มจากก๊อกน้ำที่สะดวกและใกล้สวนมากที่สุด ตัดและต่อท่อ PE ด้วยกรรไกรธรรมดานี่ล่ะ แล้วเชื่อมต่อจุดเลี้ยวจุดแยกต่างๆ ด้วยอุปกรณ์ต่อตรง,2ทาง,3ทาง,4ทาง อะไรก็ว่ากันไป ปิดท้ายปลายท่อ PE ด้วยตัวปิดสำเร็จรูป แล้วก็เจาะรูเพื่อเสียบหัวสปริงเกอร์ลงไปเป็นอันเสร็จพิธี...

เฮ้ย..แลดูมันง่ายขนาดนั้นเลยนะ 555 เอ้าๆ มาดูภาพตัวอย่างกันสักเล็กน้อยนะคะ


ภาพบนนี่คืออุปกรณ์บางส่วนที่เหลือจากการใช้งานค่ะ 555 ตอนลงมือทำลืมถ่ายแบบละเอียดเอาไว้ แนะนำว่าซื้อมาทำทีละโซนนะคะ เราจะได้ประมาณถูกว่าจะใช้อะไรตรงไหนและจำนวนเท่าไหร่


ท่อ PE ค่ะ ลักษณะเป็นท่อพลาสติกบางๆ เวลาขายเค้าจะขายเป็นม้วนๆ ม้วนละ 20,50 หรือ 100 เมตร แต่บางที่ก็เห็นมีแบ่งขายเป็นเมตรก็มี ด้วยความที่มันม้วนมา เวลาจะใช้งานก็เลยต้องมาจับเหยียดให้ตรงก่อน ถ้าจะให้ดี จับยืดให้ตรงแล้วหาอะไรทับหัวท้ายไว้ค่ะ ยืดไว้กลางแดดเปรี้ยงๆ สัก 30 นาที จะง่ายกว่าจับยืดแบบธรรมดาในที่ร่ม


นำท่อ PE มาวัดระยะแล้วตัดด้วยกรรไกรธรรมดาหรือมีดคัตเตอร์เรานี่แหละค่ะ เชื่อมต่อด้วยข้อต่อข้องอมันจะมีตัวคุ้ปปิ้งที่่ช่วยรัดจุดเชื่อมต่อไม่ให้น้ำรั่วด้วย อย่าลืมซื้อมาด้วยเด้อ


เดินท่อไปตามจุดที่เราต้องการเรียบร้อยแล้ว ปลายสาย PE ก็หักลงแบบนี้ค่ะ แล้วใส่ตัวพับเก็บสำเร็จรูปซะ เล่นง่ายดีเนาะ 555


ต่อสาย PE ต้นทางกับก๊อกสนาม รัดด้วยเข็มขัดรัดสายยางแล้วขันให้แน่น อย่าให้น้ำรั่ว ท่อ PE มีหลายขนาดนะคะ เท่าที่ทราบมีตั้งแต่ 16 มม. 20 มม. อะไรประมาณนี้ ของแอดนี่ใช้ขนาด 20 มม.ค่ะ หลวมโพรก 555 ลำพองใจไง คิดว่าบ้านตรูมีปั๊มน้ำ ยังไงซะแรงดันน้ำก็เพียงพออยู่ละ

พอต่อสายเสร็จ ก็มาถึงตอนเจาะรูเพื่อใส่หัวสปริงเกอร์ที่เหมาะกับพื้นที่ หัวสปริงเกอร์นี่มีหลายแบบค่ะ มีแบบ แบบหัวพ่น 360 องศา,แบบพ่น 90 องศา,แบบหัวหมอก,แบบน้ำหยด ฯลฯ เวลาซื้อก็ให้คนขายแนะนำให้ก็ได้ค่ะ ว่าพื้นที่ที่เราจะใช้งานควรเป็นหัวพ่นแบบไหนดี ส่วนวิธีเจาะ มันจะมีเครื่องมือเจาะรูมาให้นะคะ ที่ไทวัสดุขายอันละ 60 บาท แต่ที่โฮมโปรขายอันละ 190 บาท ไม่น่าจะต่างกันมาก แอดซื้อของไทวัสดุมา ส่วนถ้าใครไม่มีหรือไม่อยากซื้อ ใช้ตะปูเจะเอาก็ได้ค่ะ แต่แอดว่าซื้อเหอะ เจาะง่ายกว่ากันเยอะ

เจาะแล้วก็ใส่หัวสปริงเกอร์แบบนี้


เสร็จแล้วก็ยกท่อที่ต่อหัวสปริงเกอร์ไว้ไปซ่อนไว้หลังพุ่มไม้ใบหญ้า เป็นอันเสร็จพิธีค่ะ...อ่ะ ไหนๆ ก็ไหนๆ ละ ลองเปิดน้ำเทสต์ดูทีรึ


เอิ้ววว...น่ารักมากค่ะ ไหลเป็นฉี่แมวเลย 555+ T^T ปรากฎว่า ช่างไม่ได้ต่อก๊อกสนามเข้ากับปั๊มน้ำซะนี่ แรงดันน้ำเลยไม่พอ สรุป ต่อท่อ PE แล้ว ระบบรดน้ำด้วยสปริงเกอร์แล้ว ก็ยังต้องรอช่างมาตัดต่อท่อก๊อกน้ำสนามเข้ากับระบบปั๊มน้ำอีก..อ่ะ...ไว้ช่างตัดต่อท่อเรียบร้อยแล้ว จะเก็บรูปมาฝากกันอีกทีนะคะ










วันจันทร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2560

สวนภายในบ้าน


ปัจจุบันนี้ความนิยมในการ จัดสวนภายในบ้าน มีเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดฮ่ะ ไม่ว่าจะเป็นการจัดสวนหย่อมจริงจัง การนำเอาต้นไม้ฟอร์มสวยๆ มาเป็นส่วนหนึ่งขององค์ประกอบบ้าน หรือแม้แต่การจัดวางโอ่งอ่างกระถางดอกไม้ เพื่อเพิ่มบรรยกาศเขียวสดชื่นสดใสให้กับบ้านของเราน่ะนะคะ

สไตล์ที่ใกล้เคียงกับการตกแต่งบ้านแบบนี้ แอดว่าน่าจะเป็นสไตล์ Botanic ซึ่งเป็นการตกแต่งบ้านด้วยธรรมชาตินั่นเอง ซึ่งจริงๆ ไอ้การเหยาะสไตล์ Botanic ลงไปในบ้านของเรานี่ เหยาะได้ทุกรูปแบบของตัวบ้านนะ ไม่ว่าจะเป็นบ้านสไตล์ลอฟต์,บาหลี,คันทรี่,ไทย,ฝรั่งเศส,อังกฤษ,จีน อินเดีย คือ เหยาะไปเถอะ เหยาะให้พอดีๆ ละกัน

สำหรับบ้านใหม่ของแอดเอง อิ่ทีแรกก็บอกสถาปนิกเค้าว่า ให้ออกแบบสไตล์ โมเดิร์น ทรอปิคอล ซึ่งจริงๆ แล้วถามว่าได้สมใจมั้ย ก็แลดูจะตรงใจอยู่นะคะ ไม่ว่าจะเป็นหลังคาปั้นหยา,การใช้ช่องลมมาประดับตกแต่ง,การทำดับเบิ้ล สเปซ แต่แน่นอนว่ามีลายเซ็นต์ของสถาปนิกติดมาด้วยนี๊ดดด นิด คือความดิบและ loft เป็นบางที่ ซึ่งแอดว่า เพราะสถาปนิกของแอดเป็นสาวเท่ที่แอบหวานอ่ะ ก็เลยได้บ้านออกมาแบบนี้

แล้วจะทำยังไงให้บ้านมันกลายเป็นบ้านสไตล์ modern tropocal มากขึ้น ก็เหยาะพื้นที่สีเขียวของต้นไม้ใบหญ้าลงไปหน่อยสิจ๊ะ พอเหยาะลงไปป้าบ นึกถึงสไตล์ botanic ขึ้นมาทันที 555 เอ้าๆ ช่างมันเหอะ บ้านเราเอง จะเป๋นิดเป๋หน่อย ก็ไม่เป็นไร อยู่แล้วสบายใจก็พอ

บริเวณสวนในบ้านที่สถาปนิกขยักพื้นที่ไว้ให้ปลูกต้นไม้นี้ มีขนาด 2*3 เมตรค่ะ ความสูงทะลุขึ้นไปจนถึงเพดานบ้านชั้น 2 ซึ่งส่วนนี้แอดใส่วงปูนไว้แระ ด้วยว่าตั้งใจจะหาต้นไม้ขนาดพุ่มกลางๆ มาปลูก ให้มันโตไปถึงชั้นสอง แค่โจทย์แรกก็ยากละ อย่าถามนะ ว่าที่เหลือเป็นงายยยย.....

ตอนที่คนจัดสวนมาจัดสวนภายนอกบ้าน แอดก็นึกอยู่แล้วฮ่ะ ว่าไหนๆ ก็จ้างเค้ามาจัดละ ก็ให้เค้าจัดสวนข้างในไปซะเลยทีเดียว ผลก็เลยกลายเป็นว่า ไอ้ต้น "หอมเจ็ดชั้น" ที่แอดลงไว้ก่อน กลายเป็นไม้ประธานที่แอดขอไม่เอาออกไปซะงั้น  อ่ะ เรามาดูภาพการจัดสวนในบ้านกันนะคะ


ภาพด้านบนนี่คือหลังจากเอาต้นหอมเจ็ดชั้นความสูงราวๆ 1.5 เมตรลงไว้ได้อาทิตย์นึงค่ะ ด้วยความที่ตรงนี้ได้แดดเช้าจนถึงเที่ยงเต็มๆ ก็เลยไม่ต้องกลัวว่าต้นไม้จะขาดแสง แต่ต้องคอยคุมพุ่มกับกิ่งก้านให้ดีเท่านั้นเอง ตอนเอาลงปลูกก็ยังไม่พอใจเท่าไหร่ รู้สึกว่าต้นมันเล็กไป อยากได้แบบ..โตเลยถึงปริ่มๆ ชั้นสอง แต่ก็นะ เราเน้นถูก 555 อะไรมีก็ใช้ไปก่อน เดี๋ยวเลี้ยงไปเลี้ยงมามันก็คงโตเอง (แซยิดกันพอดี 555) เอาต้นไม้ลงไว้แล้วก็รดน้ำทุกวัน ปล่อยไว้ราวๆ 2 อาทิตย์ กว่าจะมีคนจัดสวนมาแต่งเติมให้มันแลดูสมบูรณ์ขึ้นกว่านี้


ภาพนี้คือ หลังจากคนจัดสวนเข้าทำส่วนที่เหลือค่ะ สรุป..งานออกมาเป็นสวนหินซะงั้น แต่คนจัดบอกว่า เน้นดูแลง่าย พยายามสตาฟมันไว้ไม่ให้ไม้แต่ละต้นมันโตมาก รดน้ำอย่างเดียวพอนะครับ ไม่ต้องใส่ปุ๋ยใส่อะไรมันก็อยู่ได้ ถามว่าแอดพอใจมั้ย ก็ 50 50 นะคะ คือ..แบ่บ..ต้นไม้มันต้องโตป่าววะ แต่เอาเถอะค่ะ ตอนนี้ก็จัดๆ ไปก่อน ใช่ว่าเราจะอยู่กับสวนนี้ไปตลอดชีวิตเมื่อไหร่ เดี๋ยวสัก 2-3 ปี เบื่อแล้วค่อยว่ากัน


ถ่ายให้ดูมุมด้านข้าง จากห้อง living room บ้างค่ะ ไม่มีไม้ดอกเลยเนาะ มีแต่ไม้ใบ แอดชอบไม้ดอก ไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยซื้อแบบกระถางๆ มาตั้งตกแต่งเอาตามใจชอบ ตอนนี้จัดตามอำเภอน้ำใจคนรับจ้างไปก่อน


ต้นไม้ที่ใช้ด้านในนี้มีไม่มากค่ะ แอดรู้จักแค่ไม่กี่ต้น ที่เห็นๆ ก็มี ลิ้นมังกร,เฟริ์น,สัปปะรดสี อะไรเทือกนั้น


อิ่หินก้อนๆ นี่ขายเป็น กก.นะคะ เหมือนจะ กก.ละ 15 บาทรึไงเนี่ย ก้อนๆ นึงก็ตก 5-6 กก. มันแพงขนาดนี้เลยเหรอ มิน่า คนถึงได้ระเบิดภูเขาหมดเป็นลูกๆ นี่เราเป็นส่วนสนับสนุนให้เค้าทำลายธรรมชาติป่าวฟระนี่ >.<

สรุปว่าตอนนี้สวนนอกบ้าน,ข้างบ้าน,ในบ้าน,หลังบ้านเสร็จเรียบร้อยดีแล้วนะคะ ตอนนี้ลงหญ้ามาได้ 3 วันละ แอดต้องคอยไปรดน้ำสนามหญ้าให้ชุ่มๆ ทุกวันเลย เนื่องจากคนจัดสวนแนะนำไว้ ว่าควรรดน้ำให้ชุ่มๆ เพื่อให้หญ้ที่ปูใหม่ติดดี โชคดีที่ลงหญ้าหน้าฝน ก็เลยไม่ต้องถึงขนาดไปรดน้ำเช้า-กลางวัน-เย็น อย่างที่คนจัดแนะนำ แต่ก็นะ แลดูจะเป็นภาระอยู่ไม่น้อย เพราะต้องลากสายยางไปทั่วไปบ้าน ตอนนี้ก็เลยนึกอยากจะทำระบบรดน้ำอัตโนมัติขึ้นมาอีก แต่คงไม่จ้างเค้าหรอกค่ะ(ได้ข่าวว่าค่าจ้างแพงเอาเรื่อง) เดี๋ยวนี้มีทั้งอุปกรณ์ และวิธีทำแบบ DIY. ให้ดูเยอะแยะ ว่าจะทำแบบง่ายๆ จะได้เซฟทั้งเวลา เซฟทั้งพลังงาน เดี๋ยวถ้ามีโอกาสได้ทำ จะมารีวิวให้ดูนะคะ

แล้วกลับมาพบกันได้ใหม่บล็อกหน้าค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2560

จัดสวนภาคเกือบเสร็จสมบูรณ์


หลังจากตกลงเรื่องราคากันเสร็จสรรพ 3 วันต่อมาคนจัดสวนพร้อมลูกน้องก็ขนต้นไม้,หินก้อนประดับสวน,หินแม่น้ำ,ดินปลูกแบบถุงๆ รวมไปถึงไม้เล็กไม้น้อยเข้าหน้างานค่ะ

หนึ่งในนั้นมีพุดศุภโชคแบบพุ่มๆ ที่แอดรีเควสขอไปว่าอยากได้มาปลูกที่ด้านหน้าชานหน้าบ้าน เพื่อปิดผนังปูนและกันน้ำฝนชะหน้าดินกระเด็นขึ้นมาเปื้อนบ้าน แต่พอเห็นขนาดพุ่มแล้วก็ให้นึกใจเสียเล็กๆ ทำไมพุ่มมันแลดูแน่นๆ ก้อนๆ แบบนี้หว่า แล้วปลูกลงไปแล้วมันจะทำให้หน้าบ้านแลดูแคบไปใหญ่มั้ยล่ะนั่น


"สวยนะครับ พุดศุภโชค เดี๋ยวปลูกเป็นแนว พอพุ่มมันโตมันแน่นดีก็ตัดให้เป็นเหลี่ยม สวยเลยครับ"

คนจัดสวนให้กำลังใจ แต่ก็นะ..ตัวเองเป็นคนบอกเองนี่ว่าอยากได้ เค้าก็จัดมาให้แล้วนี่ไง จะเรื่องเยอะอะไรอีก...


ด้วยความที่แอบแม่จัดสวนฮ่ะ แอดเลยต้องพยายามแบ่งเวลาให้ดี วันแรกที่คนจัดสวนเข้า เกงานแม่มม....เลย 5555 พอวันที่ 2 ก็อาศัยช่วงเที่ยงๆ ถึงบ่าย 2 แว่บไปเซ็นต์งานที่ตึก ก่อนจะรีบแว้นกลับมาดูเค้าจัดสวนอีก สรุปว่าหน้าบ้านจัดสวนหย่อมเล็กๆ เป็นสวนหินดูแลง่าย 1 จุดนะคะ ข้างบ้านฝั่งห้องนอนแม่ ลงโมกขนาดสูง 1.50 ตลอดแนวรั้ว ด้านล่างเป็นเฟริน์ และโรยด้วยกรวดแม่น้ำ ด้านหลังก็ง่ายๆ ฮ่ะ ปูสนามหญ้ากันดินกระเซ็น ลงเตยหอมข้างรั้ว แล้วก็ไปขนเอาต้นทองอุไรที่อนุบาลไว้ที่ตึกมา 2 ต้น อยากได้ไม้ดอกสวยๆ เอาไว้ให้ชื่นตาชื่นใจบ้าง


ด้านหน้านอกจากสวนหย่อมแล้ว ส่วนใหญ่จะปูสนามหญ้าค่ะ เป็นหญ้านวลน้อยที่ชอบแดด ก่อนหน้านั้นแอดซื้อต้นกันเกรา ความสูงราว 2.20 เมตรมาต้นนึง ร้านเค้ามาปลูกให้ด้วย สนนราคาต้นละ 1,800 บาท ขนาดของลำต้นน่าจะสัก 3 นิ้วกว่าๆ มั๊ง ซึ่งพอลงกันเกราแล้ว หน้าบ้านก็ยังร้อนอยู่ดี เพราะถึงจะบ้านจะหันไปทางทิศตะวันออก แต่ช่วงเช้าถึงบ่ายโมง-บ่ายสอง ร้อนจิ๊บหัยเลยคุณ อย่ากระนั้นเลย หาต้นไรใหญ่ๆ ให้ร่มเงามาลงอีกสักต้นสองต้นเป็นไร


คนจัดสวนเสนอ "ต้นลำดวน" ล้อม หน้า 5 นิ้ว สูงประมาณ 4 เมตร ให้ค่ะ ราคาต้นละ 3,500 บาท คือ จะบอกว่าแอดไม่รู้หรอกว่าต้นไม้ล้อมแบบนี้มันแพงมากมั้ย แล้วก็ไม่เคยคิดจะปลูกต้นลำดวน เกิดมาก็เคยได้ยินแต่ชื่อ แต่เมื่อคนจัดสวนคะยั้นคะยอมากๆ เข้าก็ใจอ่อน เอาก็เอา..หน้าบ้านก็เลยมีต้นลำดวนทรงพุ่มเรียวๆ ใบเรียวๆ บางๆ มาลงอีกต้นนึง หน้าตามันไม่สวยเลย 555 แลดูเหมือนจะบังแดดได้ไม่ดีเท่าต้นกันเกรา แต่ก็นะ ลองไป search ดู บางคนบอกชอบ ดอกลำดวนหอมดี ส่วนเพื่อนอีกคนบอกปลูกไปเหอะ ถ้าไม่ชอบ อีกหน่อยก็ล้อมขายไป...แหม...ง่ายดี ยังกะลงทุนในตลาดหุ้น (ติดดอยมั้ย?) 555 คติพจน์ตอนนั้นรวมมาถึงตอนนี้ก็คือ ปลูกไปเหอะ..ไม่ชอบก็ล้อมขายออกไปเท่านั้นเอง... (ง่ายเนอะ)

ยังมีต้นไม้อีก 4 ต้นที่ปลูกลงหน้าบ้านค่ะ ได้แก่

1. ต้นบัวสวรรค์ บัวสวรรค์เป็นไม้ใหญ่ดอกสวยนะคะ แอดไม่ได้ซื้อมาหรอก ทีแรกไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันต้นอะไร เพราะมีเด็กหอ.ที่ตึกทิ้งเอาไว้หลังย้ายออก แม่แอดก็เป็นคนชอบปักๆ จิ้มๆ ไง ก็ไปเก็บมาเปลี่ยนกระถางให้ใบใหญ่หน่อย แอดก็รดน้ำให้แบบซังกะตายทุกวัน 555 คือ...นึกในใจว่านี่ไปเก็บต้นสัพเพเหะระอะไรมาปลูกฟระ อยากจะแอบตัดทิ้ง แต่ใจยังไม่กล้า ก็เลยปล่อยมันไว้เรื่อยมา อิ่ตอนขนต้นไม้จากตึกมาบ้าน ก็แอบบ่นในใจว่าจะเอาอิ่ต้นนี้มาทำไม ต้นไรไม่รู้ ปรากฎว่าพอคนจัดสวนมาดู ฮ้ายยยย...นี่มันต้นบัวสวรรค์นี่ครับ...ไม้ใหญ่ ให้ร่มเงา ดอกสวยด้วย แต่โตช้านิดนึง แอดเลยไปค้น ๆ ดูในเน็ต เฮ้ยยย..สวยว่ะ 5555 เอาๆ หาที่ลงให้เลยนะ...สุดท้าย น้องบัวคนงามก็เลยได้มาอยู่บ้านใหม่แบบงงๆ

2. ต้นแก้วมุกดา แก้วมุกดาที่เอามาลงนี้เป็นไม้ที่ซื้อมาอนุบาลไว้ที่ตึกต้้งแต่ต้นมันสูงสักราวๆ 80 ซม.ได้ค่ะ ด้วยความที่มันเป็นไม้ใหญ่เนอะ แต่ถูกจำกัดการเจริญเติบโตไว้ในกระถาง แก้วมุกดาต้นนี้ก็เลยแคระๆ แกรนๆ เลี้ยงมาเกือบปี สูงขึ้นอีกสักไม้บรรทัดนึงได้ รูปทรงก็ประหลาด ต้นหงิกๆ งอๆ 555 คนจัดสวนชี้บอกว่า...สวยนะครับ ใบใหญ่ ไม่ทิ้งใบ มีดอกหอม ให้ร่มเงา ลงดินก็ดีนะครับ เอ้าๆ...จัดไป...


3. ต้นยี่หุบ ยี่หุบเป็นไม้ชอบแดดรำไรค่ะ แต่อิ่แอดเอาลงไว้หน้าบันไดขึ้นบ้านเลย 5555 ตอนแรกๆ ที่มาแอดปลูกลงกระถางไว้ ซื้อมาตั้งแต่ต้นสูงสักราวๆ 60 ซม.ได้ ผ่านไปครึ่งค่อนปี สูงขึ้นมาราวๆ 10 ซม. 555 โตช้าแท้ แต่มันมีดอกนะ คนปลูกบอกว่า ตำแหน่งดีละ ได้แดดเช้าตลอดเช้า แถมได้บ่ายอีกราวๆ ชม.นึง จากนั้นก็ร่มตลอด ก็หวังว่าแกคงจะรอดนะ

4. ต้นพุดเศษรฐีสยาม เป็นต้นสุดท้ายที่แอดลงไว้หน้าบ้านค่ะ ใจจริงชอบกลิ่นของดอกนี้มาก มากถึงมากที่สุุด มันหอมชื่นใจ ต้นนี้ซื้อมาพร้อมต้นแก้วมุกดาค่ะ น้ำดีแดดดี ออกดอกบ่อยมาก คนปลูกบอกว่าถ้าลงดินแบบนี้จะโตเร็ว คือ..แอดว่าไอ้สารพัดต้นที่แอดซื้อมาบอนไซไว้ในกระถางเป็นครึ่งปี มันได้ลงดินแล้วก็คงจะโตเร็วทุกต้นอ่ะนะ 555

พื้นที่ข้างรั้ว+หน้าบ้านอีกฝั่งเป็นไทรเกาหลีค่ะ ส่วนใหญ่เป็นไม้ต้นเล็กๆ ที่แม่ซื้อมาเก็บไว้ และมีต้นใหญ่ที่ซื้อพิ่มอีกเล็กน้อย ส่วนสนามลงหญ้าให้เขียวเป็นพรืด วางแผ่นพื้นทางเดินขนาด 40*40 ซม. เป็นคอนกรีตเรียบๆ ให้รับกับทางเดินรูปตัว S ที่ทำใว้ เนี่ย...ง่าย 555 เอารูปหลังจัดสวนหน้าบ้านเสร็จมาให้ดูหน่อยนึงนะคะ


สวนหย่อมด้านซ้ายของบ้าน เป็นสวนหินนะคะ แทรกด้วยไม้ดอกไม้ใบเล็กน้อย แอดขี้เกียจดูแลมาก ถ้าเบื่ออีกสัก 3-4 ปีค่อยว่ากัน


โกสนสารพัดชนิดค่ะ ช่วงหลังนี่แม่แอดชอบไม้ชนิดนี้มาก ไปทีไรก็ร่ำร้องจะซื้อโกสน ต้นเขียวๆ แดงๆ แอดก็เออนะ ซื้อได้ก็ซื้อไป สรุป..ไม่รู้จะลงตรงไหนดี บังคับให้คนจัดสวนหาที่ลงให้ 5555 เลยได้ลงใต้ต้นไม้ใหญ่ จะรอดมั้ยทายสิ แดดรำไรซะขนาดนี้


เห็นบัวสวรรค์อยู่ทางด้านขวาของภาพ แลดูใบไม่สลดเลย แม่มมม...ทนทายาดจริงๆ สมแล้วที่ตกมาถึงมือแอด


คนจัดสวนชุดนี้ทำงานไป เก็บเรื่องความสะอาดไปค่ะ ตอนนี้ก็มาลุ้นกัน ว่าหญ้าที่ปลูกจะติดมั้ย ต้นไม้ที่ลงจะตายมั้ย คนจัดสวนแนะนำให้รดน้ำต้นหญ้าให้ชุ่ม ๆ วันละ 2 ครั้ง ตอนนี้แอดกลายเป็นหมูแดดเดียวแล้ว ตัวดำเป็นถ่าน T^T เดี๋ยวตอนหน้ามาดูสวนในบ้านกันบ้างนะคะ






วันเสาร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2560

จ้างคนจัดสวน


มาถึงตอนเกือบท้ายสุดของการ จัดสวนหน้าบ้าน กันแล้วฮ่ะ ตอนที่แล้วแอดเล่าให้ฟัง ว่าคนที่ รับจ้างจัดสวน ส่งใบเสนอราคามาในราคาที่ค่อนข้างสูง(สำหรับแอดนะ) คืออยู่ที่ราวๆ เกือบ 7 หมื่่น ไม่รวมค่าแรงจัดกับค่าหินแม่น้ำที่จะเอามาโรยในสวน สิริรวมแล้วแอดว่าเบ็ดเสร็จ งบประมาณก็น่าจะอยู่ราวๆ เกือบแสนแฮะ คือ....คิดยังไงกับการเอาเงินแสนนึงมาจัดสวน แอดว่า..มันเกินตัวแอดไปหน่อย คิดได้ดังนั้นโครงการจ้างจัดสวนก็เลยพับเข้ากรุไปอีก จัดเองละกัน ปีหน้าก็น่าจะเสร็จ

ถัดมาอีกอาทิตย์นึง แอดก็ได้รับข้อความอินบ็อกมาจากคนรับจัดสวนอีกเจ้านึงค่ะ จะบอกว่าแอดเคยส่งข้อความไปหาคนรับจัดสวนเจ้านี้นานแล้ว ร่วมสองเดือนแล้วมั๊ง แล้วเค้าก็ไม่ตอบเลย (เหมือนจะช้าไปนิด เพราะแอดซื้อต้นกันเกรามาลงไว้ต้นนึงละ แล้วก็เอาต้นไม้ที่ขนมาจากตึกลงไปอีก 3 ต้นหน้าบ้าน คือ ต้นบัวสวรรค์,ไทรใบสัก แถมด้วยคอร์เดีย กะว่าลงไม้ใหญ่ไปก่อน เดี๋ยวค่อยปูหญ้าและหาต้นไม้เล็กๆ มาลง) คือ...แอดแค่เห็นข้อความว่าเค้ารับจัดสวนในพิษณุโลกจากเพจๆ นึง ก็คิดว่าลองส่งข้อความดูสิ เผื่อเค้าจะมาประเมินราคาให้เราได้บ้าง แต่ส่งข้อความไปแล้ว เหมือนเขียนจดหมายใส่ขวดลอยไปยังหมู่เกาะอันไกลโพ้น 5555 คือ..มันลอยเท้งเต้งอยู่นานเลย กว่าจะได้รับการเปิดอ่าน โชคเข้าข้างแอดค่ะ เพราะจากนั้นก็ติดต่อให้เค้าเข้ามาดูพื้นที่จนได้


"เดี๋ยวผมวัดพื้นที่แล้วจะทำใบเสนอราคามาให้นะครับ"

คนรับจ้างจัดสวนคนนี้แลดูดิบๆ ดีฮ่ะ แอดล่ะกลัวใจเหลือเกินว่าเค้าจะจัดสวนป่าให้แอด..คือแอดยังไม่อยากเป็นเพื่อนกับงู,แมงป่อง หรือสัตว์มีพิษอื่นๆ นะ T^T พยายามอดใจฟังๆ เค้าอธิบายดู ก็แลจะไม่รกรุงรังมาก งั้นรอราคาก่อนละกัน

"ราคารวมจัดกับต้นไม้แล้วอยู่ที่ 27,000 บาท ครับ อันนี้ไม่รวมต้นไม้อื่นๆ ที่คุณแหม่มอยากได้+ค่าแรงแล้วก็ค่าหินนะครับ"

เอ๊ะ...สองหมื่นเจ็ด..ก็แลดูตัวเลขดีอยู่นะ

"รวมๆ แล้วน่าจะประมาณเท่าไหร่ สามหมื่นกว่าเหรอคะ"

"น่าจะประมาณนั้นครับ"

เออ...พอได้อยู่ ๆ...อย่ากระนั้นเลย เหนื่อยละ เอาก็เอา 5555+

สรุปว่าแอดตกลงจ้างเค้าจัดสวนค่ะ ราคาที่ตั้งไว้ในใจคือประมาณ 35,000 บาท จะบวกลบเท่าไหร่ก็ว่ากันไป นี่คือจัดหมดทุกส่วนนะคะ หน้าบ้าน,ในบ้าน ข้างบ้าน หลังบ้าน คือ มองๆ ดูแล้วก็เป็นงบที่พอรับได้ ถูกกว่าเจ้าแรกตั้งครึ่งหนึ่ง

สามวันถัดมา คนรับจัดสวนก็ขนต้นไม้กับทีมงานเข้าหน้างานค่ะ แอดก็แว่บเกงานไปดู แต่ไม่ได้บอกแม่นะ ว่าจ้างคนมาจัดสวน...แม่ก็ยังคงละเมอเพ้อพกต่อไป ว่าเดี๋ยวจะต้องไปซื้อต้นเข็มเพิ่ม ต้องนัดคนงานมาช่่วยปลูก ต้องซื้อแผ่นหินทางเดินกี่แผ่นถึงจะพอดี 5555+ คือ..ตั้งใจจะจัดให้เสร็จก่อนค่อยบอกค่ะ งานนี้ต้องปิดให้มิด ไม่อยากให้แม่รู้ก่อน เดี๋ยววงแตก เพราะถึงจะเป็นจำนวนเงินที่ไม่มากสำหรับแอด แต่มันมากสำหรับแม่นะ

ในตอนหน้าเรามาดูการจัดสวนของเจ้านี้กันนะคะ